patana's profile-_-" -___- -_-"PhotosBlogListsMore Tools Help

patana sukhathummo

Occupation

-_-" -___- -_-"

ให้หยาดเหงื่อหลั่งรดดิน จนเสร็จสิ้นเป็นสะพาน
October 24

สวรรค์สร้าง

        หลังจากผ่านช่วงเวลาพิศดารที่ระยองมา ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็มีสิ่งหนึ่งที่ติดตาตรึงใจ มิเสื่อมคลาย มิได้ละลายไปกับกาลเวลา ทว่ายังติดตรึง กึกก้อง วนเวียนอยู่ในหัวสมองของผมตลอดมา ตั้งแต่คราแรกที่ได้พบเห็น และคงไม่สามารถลบเลือนมันออกไปได้ตลอดกาล
        เพราะมันคือ ปลั๊กไฟ ครับ เชิญชม






       สำหรับคนที่ไม่เห็นความผิดปกติในภาพ โปรดชมอีกครั้งหนึ่ง ถ้ายังไม่เห็นอีก ก็โปรดหันไปทำอย่างอื่นซักพัก อาจจะลองขัดห้องน้ำแรงๆซักสามที กินชาขาวเพียวริคุรสเก๊กฮวย หรือทำอะไรก็ได้ แล้วโปรดชมอีกครั้งหนึ่ง ปัญหาอยู่ที่ตรงไหน ใครเห็นบ้างครับ
       ทำอะไรก็ ต้องคิดให้กว้าง มองให้ไกล คิดใหม่ทำใหม่ไทยรักไทย เลือกคนที่รักพรรคที่ชอบ เห้ยเหี้ยไร เริ่มมั่วแล้ว
       เชิญชม ครับ





       เห็นแล้วใช่มั๊ยครับ ... ว่าผมใส่เสื้อตัวนั้น ตัวที่ขายยังไงก็ไม่หมดซักที ครืน
       ไม่ใช่แล้ว
       ไอ้ตำแหน่งปลั๊กไฟ นั่นแม่งสุดบรรยาย ว่าเค้าจะใช้ทำอะไรได้ พอได้เห็นก็พยายามขยับสมองหาความเป็นไปได้ที่ใกล้เคียงที่สุด ก็น่าจะเป็นการติดพัดลมระบายอากาศ แต่ก็ยังไม่เคยเห็นพัดลมระบายอากาศมีปลั๊ก ยื่นออกมาเสียบ รูปลั๊กไฟใกล้ๆ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ยังสามารถมองได้ว่า รูปลั๊กที่เห็นเป็นแบบปลั๊กนึงมีสามช่อง คือ มีสายดินด้วย สามารถต่อกับปลั๊กโน๊ตบุคพวกที่ มีสามขา
       และที่สำคัญ มันมีช่องให้เสียบได้ถึงสองชุด ดังนั้นถ้าผมเสียบพัดลมดูดอากาศไปหนึ่งชุด ก็ยังจะเหลืออีกหนึ่งชุด
       "เอาไว้ให้เสียบอะไรครับพี่"
       ก็เป็นคำถามที่ยาก เหมือนกับถามว่าตายแล้วไปไหน ในเมื่อเรายังไม่เคยตาย(หรืออาจจะเคยแล้วแต่จำไม่ได้) และเราก็ไม่ได้ทำงานในสถานที่ที่คนตายแล้วไป นั่นแหละ เราก็ไม่ใช่คนสร้าง หรือคนที่ใช้ปลั๊กนั้นอย่างเป็นประจำ ก็คงต้องคาดเดากันไปเรื่อย
       อาจจะมีวิธีการใช้แบบแปลกๆ ต่อโต๊ะและเก้าอี้ขึ้นไปวางมือถือ ตั้งนาฬิกาปลุก เพื่อแก้ปัญหาการชาร์จแบตพร้อมกับตั้งปลุก โดยไม่ให้ปิดเสียงด้วยความงัวเงีย (เพราะถ้าสูงขนาดนั้นจริงๆ คงต้องตั้งใจขึ้นไปปิดเสียงกันน่าดู)
       นอกจากนี้ อาจเป็นไปได้ว่า เหยา หมิง อาจเป็นลูกค้าประจำของ โรงแรมซิดนีย์(ชื่อฝรั่งเชียวนะมึง) ซึ่งทำการอยู่แถวๆ โรงงานแอลจี(ไอ้นี่ก็เกาหลี) บริเวณอำเภอปลวกแดง(....) จ.ระยอง
       สุดท้าย ที่คิดได้เมื่อกี๊ สดๆเลยว่า จริงๆแล้ว เค้าเอาไว้สูงๆ คงเป็นไปตามคำเตือนตามสินค้า ที่มีความอันตรายต่อสุขภาพที่บอบบางต่างๆชีวิต ใช่แล้วแหละคำเตือนแบบนั้นแหละ
       "โปรดเก็บรักษาให้พ้นมือเด็ก"


คำว่า รูปลั๊ก อ่านว่า รู - ปลั๊ก นะครับ ไม่ใช่ รูป - ลักษณ์ หรือ ลูบ - รัก แต่อย่างใด 

October 18

รายชื่อหนังสือจากงานหนังสือตุลาห้าสองที่ใช้เงินซื้ออย่างมิได้ลืมหูลืมตา

       ไม่มีไรอยากโชว์ของเฉยๆ

       หนึ่งจุด   คืนรัก โดย 'รงค์ วงษ์สวรรค์
       สองจุด   หูหาเรื่อง. โดย เผ่าจ้าว กำลังใจดี
       สามจุด   ฉัน-บ้า-กาม โดย คำ ผกา
       สี่จุด       ไวน์สเบิร์ก, โอไฮโอ โดย เชอร์วูด แอนเดอร์สัน
       ห้าจุด     คำสาปร้านเบเกอรี โดย ฮารูกิ มูราคามิ
       หกจุด     อันดามัน สุวรรณภูมิ ในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
       เจ็ดจุด    เงาสีขาว โดย แดนอรัญ แสงทอง
       แปดจุด   อสรพิษ โดย แดนอรัญแสงทอง

แดนอรัญฟีเวอร์หวะ  

เหรียญ

       ดราฟท์ไว้นานแล้ว

       เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวาน(นานจนจำไม่ได้แล้วว่าวันไหน)ได้ไปเห็นภาพประทับใจมาภาพนึง ซึ่งถ้าในมือมีกล้องอยู่ ก็คงไม่ถ่าย เพราะมันไม่สามารถถ่ายทอดได้ อันเนื่องมาจากมันต้องมีเสียงด้วย
       ถ้าคุณเห็นพนักงานร้านซีดีร้องเพลงตามที่เปิดในร้านจะว่าแปลกมั๊ย
       ย้อนไปก่อนเมื่อวานหน่อย วันไหนซักวันนึงได้ไปที่เซ็นทรัลลาดพร้าวมา เดินผ่านร้านขายซีดีที่ติดกับยามาซากิชั้นใต้ดิน
       ตอนนั้นสะดุดใจกับเสียงที่ได้ยิน เป็นเสียงประมาณ
       "เทียว ขื่อ ไล้ เหม่า ซำปอกง เยี่ย จง หยั่ว วะ ซำปอกง"
       ตอนแรกก็คุ้นๆว่าเคยได้ยินแบบนี้ที่ไหน สำหรับผู้อยากทดลองของจริง แนะนำให้ไปที่ร้านดังกล่าว หรือไม่ก็ร้านการ์ตูน เจซีสาส์น สะพานควาย ตอนเช้าๆ จะมีเสียงเพลงแบบนี้กับกลิ่นธูปคลุ้งไปทั่ว ก็นับถือป้าคนนั้นที่รมควันธู(ลองไปดู เค้าขายการ์ตูนถูกนะ)
       แล้วก็หันไปตามต้นเสียง พบกับพนักงานผู้หญิงหนึ่งหน่วย นั่งอยู่หน้าแผงซีดีธรรมะ ธรรมชาติ และอะไรที่วัยคึกคะนองอย่างเราไม่ได้สนใจอยู่ในปลายหางตา
       กลับมาที่ปัจจุบัน ฉากหลังยังเป็นเหมือนเดิม แผ่นซีดีจำนวนมาก พนักงาน คนต่อแถวหน้าซูกิชิ(หรือชาบูชิ เหี้ยไรก็ช่างมันเหอะ) และคนเดินผ่านไปมา
       แต่คราวนี้เปลี่ยนจากบทสวดสำเนียงประเทศเจ้าของหมีแพนด้า เป็นทำนองสรภัญญะ แบบว่า สงฆ์ใดสาวกศาสดา รับปฏิบัติมา พร้อมกับดนตรีเย็นๆแบบไทยๆ เสียงร้อง(สวด) ชัดถ้อยชัดคำ
       และ ปากของพนักงานคนเดิมที่ขยับตามคลื่นที่ออกมาจากเครื่องเสียง ที่ดังท่ามกลางคนที่ไม่สนใจเดินผ่านไปผ่านมา
       ใช่ครับ เธอกำลังร้อง(สวด) ตามไปอย่างเนิบช้า
       จัดว่าได้ถึงสองเด้ง นอกจากท่านได้ทำอาชีพขายของ ยังได้สวดมนต์เจริญจิตใจไปในตัว เรียกได้ว่าบุญกุศลนี่ เผื่อแผ่กันเป็นรัศมีกว้่างตลอดระยะเวลาที่ห้างเปิดทำการเลยทีเดียว
       เป็นอะไรที่ควรจะใช้คำว่า อะไรดีหละ งดงาม ถ้าคุณพอใจในงานที่ทำ โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นอาจจะมองว่า มันน่าเบื่อ อะไรก็ไม่รู้ แต่ในเวลาตลอดห้างทำการถ้าคุณเอนจอยกับมันได้ ผลที่ได้มันก็น่าจะเป็นอะไรที่เกินคาดจากคนอื่นคิดอย่างแน่นอน

       เรื่องทั้งหมดก็น่าจะสดใส แฮปปี้ ดี๊ดา ยังกะหนังจีทีเอช ถ้าอยู่ๆไม่คิดขึ้นมาได้ว่า
       แล้วถ้าภาพที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหละ
       ถ้าคุณพนักงานคนนั้น ไม่ได้พอใจที่จะสวดตามตั้งแต่แรก แต่มันเป็นเพราะควา่มหลอกหลอน ความเคยชิน เหมือนกับว่าคุณเปิดวิทยุฟังเพลงเดิมๆ ทุกๆวัน ในที่สุดคุณก็ชอบมันไปเอง ด้วยการกระทำอันโหดร้ายของโลกทุนนิยม
       ถ้่ืาคิดไปแบบนั้น ทุกอย่างมันก็คงโหดร้ายพอควร แต่ก็ไม่ได้นักหนาเกินไปนักหรอก
       เพราะเหรียญมีสองด้าน
       แล้วคุณเลือกที่จะเชื่อแบบไหนหละ
       สำหรับผมเลือกที่จะ "เชื่อไก่ให้ลิงดู" (อ้าว นั่นมันเชือด)

กว่าจะหาเจอว่า ไอ้ที่ดราฟท์ไว้อยู่ตรงไหน ก็ยากพอควรนะ
      
September 28

ชีวิต = ชิทแตก

เพื่อนผมคนนึง ออกจากงาน เพราะเบื่อ
 
เพื่อนผมคนนึง แฟนมีกิ๊ก และคงจะเลิกกันในไม่ช้า
 
เพื่อนผมคนนึง ขับรถคนอื่นไปชน และรถคนนั้นไม่มีประกัน
 
ผมโดนการ์ดไล่ออกจากร้านที่เชียงใหม่
 
และผมอยู่ในระหว่างอ่านนิยาย เรื่อง ชิทแตก ของปราบดาหยุ่น ที่ซื้อมาเพราะแม่งลดราคา
 
แล้วก็รู้สึกว่า เรื่องเหี้ยๆมักจะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน
 
รึเปล่า?

ไม่มีข้างล่างเดี๋ยวจะกลายเป็นของปลอม
September 21

เดอะกู๊ดเดอะแบดแอนเดอะจุดจุดจุด

เรื่องทั้งหมดงดงามหมดจดจนหาที่ใดมาเปรียบ
       วันนี้ผมออกจากบ้านโดยลืมกระเป๋าตังค์ ไว้ที่บ้าน
       การไม่มีกระเป๋า ที่ภายในมีเงิน บัตรรถไฟฟ้า บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชน สลิปเซเว่นเก่าๆ นามบัตรใครก็ไม่รู้ บัตรลดโน่นลดนี่ (แต่ไม่เล่นมุกบัดซบจริงๆเลย หรอก) อยู่ในใบเดียวกัน ได้สร้างความลำบากให้ชีวิตอย่างเห็นได้ชัด
       ยังดีที่ผมได้คบหากับลูกผู้ชายตัวจริงอีกหนึ่งคน คุณนรุตม์ บัวขจร ไม่ เค้าไม่ได้ช่วยแม่ขายสัปปะรดตอนเช้าที่ตลาดไททุกวัน ไม่ได้จูงคนตาบอดข้ามถนนแถวคอกวัวไปซื้อลอตเตอรี่ทุกสิบห้าวัน ไม่ได้กินมังสวิรัตเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ได้ช่วยคนงานแบกกระสอบข้าวสารวันละหกสิบสองกระสอบ
       แต่พี่เค้าให้ผมยืมตังค์ สามร้อยบาท ตอนสายๆวันนี้ นั่นแหละครับ
       เพื่อความรวดเร็วเข้าจุดไคลแมกซ์เลย ตอนเย็นๆ เหลือตังค์ สี่สิบบาท ตัดสินใจซื้อของไปสิบสองบาท ผมต้องเหลือเงิน ยี่สิบแปดบาท ขึ้นรถเมล์สายหนึ่งเจ็ดเจ็ด เสียตังค์สิบเอ็ดบาท เพราะฉะนั้นผมจะเหลือตังค์ สิบเจ็ดบาท
       อยากบอกว่าการจราจรที่แยกรัชโยธินในช่วงการซ่อมแซมสะพาน ไม่ได้แย่อย่างที่คิด รถเมล์เคลื่อนไปได้เรื่อยๆ จนถึงแถวเรือนจำคลองเปรม รถเมล์วิ่งเลนกลาง เพราะป้ายหน้าเรือนจำตอนสองทุ่มๆกว่าๆไม่มีคนเรียก และไม่มีคนลง ผู้หญิงหนึ่งคนเดินออกมารอหน้าประตูกดกริ่งเพื่อลงที่ป้ายตรงข้ามซอยชินเขตสอง
       ผมชั่งใจว่าจะลงที่ซอยสองจะเสียค่ามอเตอร์ไซค์ เจ็ดบาท แต่ช่วงดึกๆ รถจะแทบไม่มี หรือพูดได้ว่าวินปิดไปแล้ว หรืออีกทางนึงรอลงป้ายหน้าชินเขตหนึ่ง จะเสียเงินสิบสองบาท แต่มีรถตลอดเวลา ชัวร์สุดๆ ทันใจ
       ในยุคเศรษฐกิจพอเพียงอย่างงี้คุณจะำทำยังไง
       ใช่แล้วครับ ถ้าเหลือเงินสิบเจ็ดบาท ก็เอาไปใช้ซะสิบสองบาทดีกว่า ได้กลับบ้านชัวร์กว่า ปากซอยก็พลุกพล่านไม่น่ากลัว
       แล้วผมก็ปล่อยผู้หญิงคนนั้นลงรถเมล์ที่ป้ายตรงข้ามซอยสอง ส่วนผมคลึงเหรีญในกระเป๋า เขย่าหยิบโขย่ง มีเหรียญใหญ่เหรียญเล็กหลายเหรียญ แต่ไม่มีเหรียญสิบอย่างที่คิดไว้(ตอนนี้มาคิดดีๆพบว่า ตอนนั้นมันคิดผิด)
       กลับไปที่ยอดคงเหลือผมบอกว่า ผมต้องเหลือเงิน สิบเจ็ดบาท
       แต่หยิบเหรียญออกมาดู ยังไงก็ไม่น่าถึง แล้วก็ยังมัวไปงมหาเหรียญสิบที่คิดว่ามีอยู่ รถเมล์ออกตัว เหรียญตก เก็บ ล้วง เหรียญตกอีกเหรีญ แต่ว่าคงต้องเดินไปแล้ว เดี๋ยวกดออดไม่ทัน ยังไงตกไปเหรียญนึง จากสิบเจ็ดบาทยังไงก็เหลือพอจะไปควบมอเตอร์ไซด์อยู่แล้ว
       เดินไปจ่ออยู่หน้าประตู พอมีเวลานับ เหรียญห้า มีหนึ่งเหรีญ เหรียญเล็กอีก เอ่อ หกเหรียญ
       จินตนาการไปถึงการเดินไประยะหนึ่งป้ายรถเมล์ เพื่อไปรอรถตรงหน้าซอย เนื่องจากเงินขาดไปบาทนึงแล้วขึ้นมอไซค์สิบสองบาทไม่ได้ แค่คิดก็ชอกช้ำระกำจิตขนาดไหน ใครจะหยั่งได้ แต่ต้องมีศรัทธาว่ายังมีเหรียญในกระเป๋าอีกซิ
       รถชะลอตัว จอด คนแรกลง ผมคนสอง พอลงไปถึงก็ไม่คิดว่าต้องทำอะไร
       วัดใจ นับอีกที แล้วผมก็เห็น หนึ่งในเหรียญหกเหรีญนั้น
       มีเหรียญสองบาทหนึ่งเหรียญ
       ผมรู้ได้ทันทีว่า "เรื่องทั้งหมดงดงามหมดจดจนหาที่ใดมาเปรียบ"

เรื่องทั้งหมด เป็นเรื่องจริง อ้างอิงทั้งบุคคล พาหนะ สถานที่ และสกุลเงิน
เพราะเรื่องบนมันจบได้เหมือนกันนี่แหละ เลยพิมพ์มันพร้อมๆกัน

จุด จุด จุด
ผมพบว่า
ผมพิมพ์ได้ช้าลง

ผมเรียบเรียงเรื่องไม่ค่อยได้อย่างใจ
และ
ผมยังไม่ยาวขึ้นซักเท่าไหร่เลย


September 09

แม่สาวเสื้อฟ้า

       วันนั้นผมอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่กำลังลดราคามหามหัศจรรย์ ก็เดินดูไปเรื่อยๆ ส่วนมากจะประกอบด้วย ของที่ใส่ไม่ได้ หรือของที่ใส่ได้แต่ไม่มีปัญญาเอามาใส่
       และแล้วสายตาก็สะดุด หยุดอยู่ที่ หุ่นตัวนั้น หุ่นเสื้อแบบที่ไม่มีคอ ในชุดลายตารางสีฟ้าขาว มันเป็นชุดที่เค้าเรียกว่าอะไรนะ แบบว่าเดรส น่ารักๆ แบบที่คุณเห็นแล้วจะรู้ว่าแม่งเหมาะกับไอ้หนังรักๆใคร่ๆจากญี่ปุ่นโดยแท้
       แล้วก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้ มองไปด้านหลังมีป้ายบอกสังกัดของชุดในบริเวณนั้นเขียนว่า พอร์ตแลนด์ โยโกฮาม่า และโลโก้รูปสมอเรือ ชัดๆเลยว่าแบรนด์นี้คงไม่ได้มาจากเอธิโอเปียแน่นอน
       อีกหนึ่งเดือนกับอีกสิบแปดวัน เป็นวันเกิดเธอ
       แม้ชุดๆนั้นจะอยู่ในสินค้านิวอะไรเวิ้ว ไม่ได้เซล
       แต่ไม่ต้องคิด
       ผมรู้โดยสัญชาตญาณว่าเธอต้องชอบมันแน่ๆ
       .
       ..
       ...
       1789
       ไม่ใช่ปี ค.ศ. ที่โคตรเหง้าของใครเกิด
       แต่เป็นเงินที่ออกจากกระเป๋าของผมไปสดๆ
       พร้อมกับรอยยิ้ม ที่เห็นภาพว่าในอีก 1152 ชั่วโมง จะเห็นรอยยิ้มของเธอเช่นกัน
 
       "เราว่าเธอต้องชอบของขวัญในวันพรุ่งนี้ชัวร์" นั่นคือ ประโยคปิดท้ายในการคุยโทรศัพท์ กลางดึกวันที่ 15 ตุลาคม ของผม ส่วนเธอปล่อยให้ความเงียบและการกดปุ่มรูปโทรศัพท์ลอยๆสีแดงบนแป้นโทรศัพท์มือถืออย่างช้าๆ เป็นการตอบรับผม
 
       เช้าวันที่ 16 ตุลาคม ผมออกจากบ้าน พร้อมกับเสื้อโปโลสีเหลือง กางเกงลูกฟูกสีน้ำตาล และถุงใส่กล่องของขวัญ ภายในบรรจุเงินหนึ่งพันเจ็ดร้อยแปดสิบเก้าบาทที่แปรรูปเรียบร้อยแล้ว
       สิบโมงสี่สิบห้า
       หน้าบ้านของเธอ
       และแล้วผมก็พบกับรอยยิ้มของเธอ
      
       ผมบอกคุณแล้วว่า "ผมรู้โดยสัญชาตญาณว่าเธอต้องชอบมันแน่ๆ"
      
       เธอปรากฏตัวในชุดลายตารางสีฟ้าขาว มันเป็นชุดที่เค้าเรียกว่าอะไรนะ แบบว่าเดรส น่ารักๆ แบบที่คุณเห็นแล้วจะรู้ว่าแม่งเหมาะกับไอ้หนังรักๆใคร่ๆจากญี่ปุ่นโดยแท้
       ...
       ช่างน่ารักดีแท้
       "ไหนอะ ของขวัญ ดูหน่อยดิ" เธอเอ่ย

 

จบไปสำหรับเรื่องแต่ง
ส่วนเรื่องจริงคือ กูไปเซ็นทรัลกะพี่บี กูซื้อชุดทำงานเสร็จ ออกไปสอนหนังสือเด็ก ส่วนพี่บียังอยู่ที่เซ็นทรัล จนกูสอนเสร็จ พี่บีเพิ่งออกจากเซ็นทรัล
แปลความได้ว่า พี่บีเลือกชุดไปสมัครงานใช้เวลามากกว่าสองชั่วโมง
และกูได้ข้อสรุปว่า กูกับพี่บีมีปัญหาเรื่องไซส์ คือ กูซื้อเสื้อในห้างไม่ได้ เพราะแม่งทำมาไซส์ฝรั่ง ส่วนพี่บีซื้อเสื้อนอกห้างไม่ได้ เพราะแม่งทำมาไซส์คนไทย
July 24

นัจจะคีตะวาทิตาวิสูกะทัฏสะนา : ก่อนบวช

       ก็ไม่ใช่กิจกรรมที่คนกำลังจะบวชเค้าจะทำกันหรอก แต่ก็ขอส่งท้ายหน่อย
       ก็ขอแนะนำอะไรดีๆในช่วงที่ผ่านมาให้รู้รับ กันก่อนจะจากกัน
 

 
       1. เสียงพูดสุดท้าย 'รงค์ วงษ์สวรรค์ บทสัมภาษณ์โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
 
 

http://www.typhoonbooks.com/web/typhoon_thai.html

       อ่านง่าย สบายตา ปกสวย ภาพสวย เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เสียดสี ปลดปลงชีวิต แม้คำนำจะพร่ำเพ้อไปหน่อย แต่ภายในไหลลื่น เป็นอย่างที่วรพจน์กล่าวไว้ในคำนำว่า ในการสัมภาษณ์เค้าก็เป็นได้แค่เด็กน้อย เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ล่วงลับท่านนี้ เรื่องที่พูดจึงค่อนข้างจะเป็นไปตามผู้ถูกสัมภาษณ์มากกว่าผู้สัมภาษณ์ อาจมีปัญหาเรื่องการเรียบเรียง ที่บางทีก็ขัดใจ(เฉพาะผม)อยู่เล็กน้อย แต่ยืนยันได้ว่าเป็นหนังสือที่บ่ได้เสียดายเงินที่ซื้อแม้แต่หยาดเดียว

 
       2. ราตรีสวัสดิ์(Goodnight) - ฟักกลิ้งฮีโร่ feat. ธีร์ ไชยเดช
 
 
 
       เป็นอะไรที่สั้นๆง่ายๆว่า "มาสเตอร์พีซ"
       และเป็นอะไรที่ยาวกว่าว่า เพลงๆนึงที่ทำให้คุณยืนขนลุกขณะที่รอรถตู้ที่ป้ายรถเมล์หน้าบ้าน(จริงๆแล้วมีลมพัดแรงประกอบด้วย ช่วยให้ขนลุกได้ง่ายขึ้นอีก)

 
       3. Funuke Show Some Love, You Losers!
 

http://www.mininova.org/tor/1368509

       เนื่องจากโปสเตอร์ของหนังจัดอยู่ในขึ้นที่ไม่ดึงดูดอะไรทั้งนั้น จึงนำการ์ตูนที่ตัวเอกในเรื่องมาลงให้ดู ซึ่งชวนให้คนปกติไม่น่าดูมากขึ้นไปอีก(ดูไปยังกลัวไปอยู่เลย) ส่วนสำหรับคนไม่ค่อยปกติ ก็โหลดบิตไปตามนั้นเลย สำหรับหนังเรื่องนี้ ก็ไปเห็นบทความใน ไบโอสโคป แล้วลองเซิชในเนตดู เจอพอดีก็เลยโหลดมาดู ซับอังกฤษ แต่ศัพท์แสงไม่ได้ยากจนเป็นปัญหากับการดูให้รู้เรื่อง เนื้อหาก็อยู่ที่การคุกคามกันเองในครอบครัว แต่ละคนคอยสลับบทบาทการเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ มีอารมณ์ขันอย่างขมขื่น หดหู่ น่าสงสาร น่ารังเกียจ ในทุกตัวละครมักจะทำอะไรแปลกๆซักอย่าง ที่ส่งผลต่อคนรอบข้างไปเรื่อยๆ


       4. MV. ถามจันทร์ - 25Hours

  

http://www.youtube.com/watch?v=OQ5k7gRGrkM

       ก็ไม่รู้จะลิงค์ไปหาหอกอะไร เพราะลิงค์ไปก็เหมือนอันที่แปะ แต่เห็นอันอื่นมีลิงค์เดี๋ยวอันนี้น้อยใจ ตอนแรกๆรู้สึกว่าเพลงก็ธรรมดา แต่ภาพสวย สีสันตระการตา แถบสลับเวลาไปมาเนียนตาดีเหลือเกิน จนดูไปดูมาฟังเพลงจนติดหูติดปากขึ้นเรื่อยๆแล้ว

       หลักๆแล้วก็มีภาพที่เก็บจากรถไฟฟ้าวิ่งไปวิ่งมา กับไอ้วง 25Hours เล่นดนตรีบนดาดฟ้า ใส่กางเกงฟิตๆ กระโดดกะย่องกะแย่งไปมา ตัดไปตัดมา ผสมนู่นนี่จนได้ภาพที่เข้ากันอย่างประหลาด


เหนื่อยกับการใส่วีดิโอมาก ทั้งที่ความจริงมันง่ายนิดเดียว

 
Photo 1 of 14