patana 的个人资料-_-" -___- -_-"照片日志列表更多 工具 帮助

日志


11月28日

เปิดแล้ว

http://allabout37.wordpress.com/
http://allabout37.wordpress.com/
http://allabout37.wordpress.com/

       เปิดแล้ว เปิดแล้ว เปิดแล้วจ้า
       เข้มด้่วยสาระ ครบถ้วนด้วยเนื้อหา และส่งเสริมปัญญาคนที่ไม่ได้อ่าน
       ทุกเม็ดเกี่ยวกับค่าย ไม่ว่าจะอาร์เอส แกรมมี่ รถไฟดนตรี เราไม่มีให้อ่าน

       อัพเดตทุกวัน วันละนิดละหน่อย
       ยกเว้นวันที่เมา และวันที่ไม่มีอารมณ์

       เหมือนเดิม มีเพื่อนบอกเพื่อน มีลูกบอกลูก มีหลานบอกหลาน ไม่มีแฟนก็บอกกู เข้าไปดูไปชมกันได้

ยืนยันว่าเป็นการโฆษณา
แล้วใครใช้เวิดเพรสเป็นบอกกูด้วย รู้สึกมันตกแต่งยากเหลือเกิน

11月15日

จิ้ง/ทาก

       สวัสดีครับ ผมกันอีกครั้ง เนื่องจากยอดตก ไม่มีคนเข้ามาดู เลยต้องมาอัพ

       จิ้ง
       เช้าวันนั้น ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าวันไหน ผมตื่นนอน ขี้ อาบน้ำ แต่งตัว แล้วก็เดินลงมาข้างล่างตามปกติวิสัยคนไทยธรรมดา แล้วก็เดินไปห้องครัว เพื่อจะตักข้าว และแล้วผมก็พบกับมัน
       ใช่แล้วครับ ป้าผม ทำมันต้มน้ำตาลเป็นของหวาน ก็เหี้ยแล้ว คำว่ามัน เป็นสรรพนาม ไม่ได้หมายถึงผลมันจริงๆ
       มันคือ...



       มันคือโปเตโต้ กับป้าคุณซิ ไม่ใช่ ม้ันคือ พี่จิ้ง(โปรดสังเกตที่วงกลมสีแดง แต่ถ้าหาวงกลมสีแดงไม่เจอ ก็หาจิ้งจกในภาพได้เลย เส้นสีแดงมันบางยังกับผ้าอนามัยแคร์ฟรีแบบกลางคืน ทำได้แค่นี้แหละ)
       แต่เล็กจนโต ทุกคนก็คงเห็นพี่จิ้งกันมาบ้าง ใหญ่บ้างเล็กบ้าง แต่คงยังไม่มีใครเคยเห็นพี่จิ้ง บนทัพพีตักข้่าว ที่ใช้ทุกวันอย่างแน่นอน



       ดูกันอีกซักรอบ กับท่าพลิกตัวในตำนานของพี่จิ้ง ก่อนจะมุดหายไป ในความมืด
       เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ควรทำเช่นไร ระหว่าง จับพี่จิ้่งจี่ไฟ ย่างแดก ให้สาสมอารมณ์หมาย หรือ ปล่อยมันไปแล้วรีบตักข้าว เดี๋ยวไปทำงานไม่ทัน
       ใช่แล้วครับ ผมเลือกที่จะ เอาทัพพีอันนั้นไปวางที่ซิงค์ล้างจาน แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสายน้ำชำระ คราบส้นเท้าพี่จิ้งที่ไม่ทิ้่งรอย ออกไปจากทัพพีซะ แล้วก็ใช้ ทัพพีอีกอันไปตักข้าว (ซึ่งมีพี่จิ้งอีกตัวอยู่ ก็เหี้ยแล้ว)
       แล้วเช้่าวันนี้ก็ผ่านไปอย่างสงบสุข
       ปัญหาคือ ทุกวันที่ผ่านมา และทุกวันต่อๆไป ชีวิตของทุกคนในบ้านผมจะต้องเจอกับอะไร?

       ทาก
       ไม่มีอะไรหรอก แต่มีวันนึงกลับบ้านไปแล้วก็ พบกับพี่ทากตัวเบ้อเร่ออยู่ที่ประตู
       เลยกดมาฝากให้ดูกัน จริงๆแล้วอยากเอาเหรียญบาทไปเทียบให้ดูว่าใหญ่ขนาดไหน แต่ก็ไม่ได้ทำ เดี๋ยวจะรู้ว่าจริงจังเกินไป



มันก็ไม่ได้จะอะไรขนาดนั้นหรอก

10月24日

สวรรค์สร้าง

        หลังจากผ่านช่วงเวลาพิศดารที่ระยองมา ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็มีสิ่งหนึ่งที่ติดตาตรึงใจ มิเสื่อมคลาย มิได้ละลายไปกับกาลเวลา ทว่ายังติดตรึง กึกก้อง วนเวียนอยู่ในหัวสมองของผมตลอดมา ตั้งแต่คราแรกที่ได้พบเห็น และคงไม่สามารถลบเลือนมันออกไปได้ตลอดกาล
        เพราะมันคือ ปลั๊กไฟ ครับ เชิญชม






       สำหรับคนที่ไม่เห็นความผิดปกติในภาพ โปรดชมอีกครั้งหนึ่ง ถ้ายังไม่เห็นอีก ก็โปรดหันไปทำอย่างอื่นซักพัก อาจจะลองขัดห้องน้ำแรงๆซักสามที กินชาขาวเพียวริคุรสเก๊กฮวย หรือทำอะไรก็ได้ แล้วโปรดชมอีกครั้งหนึ่ง ปัญหาอยู่ที่ตรงไหน ใครเห็นบ้างครับ
       ทำอะไรก็ ต้องคิดให้กว้าง มองให้ไกล คิดใหม่ทำใหม่ไทยรักไทย เลือกคนที่รักพรรคที่ชอบ เห้ยเหี้ยไร เริ่มมั่วแล้ว
       เชิญชม ครับ





       เห็นแล้วใช่มั๊ยครับ ... ว่าผมใส่เสื้อตัวนั้น ตัวที่ขายยังไงก็ไม่หมดซักที ครืน
       ไม่ใช่แล้ว
       ไอ้ตำแหน่งปลั๊กไฟ นั่นแม่งสุดบรรยาย ว่าเค้าจะใช้ทำอะไรได้ พอได้เห็นก็พยายามขยับสมองหาความเป็นไปได้ที่ใกล้เคียงที่สุด ก็น่าจะเป็นการติดพัดลมระบายอากาศ แต่ก็ยังไม่เคยเห็นพัดลมระบายอากาศมีปลั๊ก ยื่นออกมาเสียบ รูปลั๊กไฟใกล้ๆ แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ก็ยังสามารถมองได้ว่า รูปลั๊กที่เห็นเป็นแบบปลั๊กนึงมีสามช่อง คือ มีสายดินด้วย สามารถต่อกับปลั๊กโน๊ตบุคพวกที่ มีสามขา
       และที่สำคัญ มันมีช่องให้เสียบได้ถึงสองชุด ดังนั้นถ้าผมเสียบพัดลมดูดอากาศไปหนึ่งชุด ก็ยังจะเหลืออีกหนึ่งชุด
       "เอาไว้ให้เสียบอะไรครับพี่"
       ก็เป็นคำถามที่ยาก เหมือนกับถามว่าตายแล้วไปไหน ในเมื่อเรายังไม่เคยตาย(หรืออาจจะเคยแล้วแต่จำไม่ได้) และเราก็ไม่ได้ทำงานในสถานที่ที่คนตายแล้วไป นั่นแหละ เราก็ไม่ใช่คนสร้าง หรือคนที่ใช้ปลั๊กนั้นอย่างเป็นประจำ ก็คงต้องคาดเดากันไปเรื่อย
       อาจจะมีวิธีการใช้แบบแปลกๆ ต่อโต๊ะและเก้าอี้ขึ้นไปวางมือถือ ตั้งนาฬิกาปลุก เพื่อแก้ปัญหาการชาร์จแบตพร้อมกับตั้งปลุก โดยไม่ให้ปิดเสียงด้วยความงัวเงีย (เพราะถ้าสูงขนาดนั้นจริงๆ คงต้องตั้งใจขึ้นไปปิดเสียงกันน่าดู)
       นอกจากนี้ อาจเป็นไปได้ว่า เหยา หมิง อาจเป็นลูกค้าประจำของ โรงแรมซิดนีย์(ชื่อฝรั่งเชียวนะมึง) ซึ่งทำการอยู่แถวๆ โรงงานแอลจี(ไอ้นี่ก็เกาหลี) บริเวณอำเภอปลวกแดง(....) จ.ระยอง
       สุดท้าย ที่คิดได้เมื่อกี๊ สดๆเลยว่า จริงๆแล้ว เค้าเอาไว้สูงๆ คงเป็นไปตามคำเตือนตามสินค้า ที่มีความอันตรายต่อสุขภาพที่บอบบางต่างๆชีวิต ใช่แล้วแหละคำเตือนแบบนั้นแหละ
       "โปรดเก็บรักษาให้พ้นมือเด็ก"


คำว่า รูปลั๊ก อ่านว่า รู - ปลั๊ก นะครับ ไม่ใช่ รูป - ลักษณ์ หรือ ลูบ - รัก แต่อย่างใด 

10月18日

รายชื่อหนังสือจากงานหนังสือตุลาห้าสองที่ใช้เงินซื้ออย่างมิได้ลืมหูลืมตา

       ไม่มีไรอยากโชว์ของเฉยๆ

       หนึ่งจุด   คืนรัก โดย 'รงค์ วงษ์สวรรค์
       สองจุด   หูหาเรื่อง. โดย เผ่าจ้าว กำลังใจดี
       สามจุด   ฉัน-บ้า-กาม โดย คำ ผกา
       สี่จุด       ไวน์สเบิร์ก, โอไฮโอ โดย เชอร์วูด แอนเดอร์สัน
       ห้าจุด     คำสาปร้านเบเกอรี โดย ฮารูกิ มูราคามิ
       หกจุด     อันดามัน สุวรรณภูมิ ในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ
       เจ็ดจุด    เงาสีขาว โดย แดนอรัญ แสงทอง
       แปดจุด   อสรพิษ โดย แดนอรัญแสงทอง

แดนอรัญฟีเวอร์หวะ  

เหรียญ

       ดราฟท์ไว้นานแล้ว

       เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อวาน(นานจนจำไม่ได้แล้วว่าวันไหน)ได้ไปเห็นภาพประทับใจมาภาพนึง ซึ่งถ้าในมือมีกล้องอยู่ ก็คงไม่ถ่าย เพราะมันไม่สามารถถ่ายทอดได้ อันเนื่องมาจากมันต้องมีเสียงด้วย
       ถ้าคุณเห็นพนักงานร้านซีดีร้องเพลงตามที่เปิดในร้านจะว่าแปลกมั๊ย
       ย้อนไปก่อนเมื่อวานหน่อย วันไหนซักวันนึงได้ไปที่เซ็นทรัลลาดพร้าวมา เดินผ่านร้านขายซีดีที่ติดกับยามาซากิชั้นใต้ดิน
       ตอนนั้นสะดุดใจกับเสียงที่ได้ยิน เป็นเสียงประมาณ
       "เทียว ขื่อ ไล้ เหม่า ซำปอกง เยี่ย จง หยั่ว วะ ซำปอกง"
       ตอนแรกก็คุ้นๆว่าเคยได้ยินแบบนี้ที่ไหน สำหรับผู้อยากทดลองของจริง แนะนำให้ไปที่ร้านดังกล่าว หรือไม่ก็ร้านการ์ตูน เจซีสาส์น สะพานควาย ตอนเช้าๆ จะมีเสียงเพลงแบบนี้กับกลิ่นธูปคลุ้งไปทั่ว ก็นับถือป้าคนนั้นที่รมควันธู(ลองไปดู เค้าขายการ์ตูนถูกนะ)
       แล้วก็หันไปตามต้นเสียง พบกับพนักงานผู้หญิงหนึ่งหน่วย นั่งอยู่หน้าแผงซีดีธรรมะ ธรรมชาติ และอะไรที่วัยคึกคะนองอย่างเราไม่ได้สนใจอยู่ในปลายหางตา
       กลับมาที่ปัจจุบัน ฉากหลังยังเป็นเหมือนเดิม แผ่นซีดีจำนวนมาก พนักงาน คนต่อแถวหน้าซูกิชิ(หรือชาบูชิ เหี้ยไรก็ช่างมันเหอะ) และคนเดินผ่านไปมา
       แต่คราวนี้เปลี่ยนจากบทสวดสำเนียงประเทศเจ้าของหมีแพนด้า เป็นทำนองสรภัญญะ แบบว่า สงฆ์ใดสาวกศาสดา รับปฏิบัติมา พร้อมกับดนตรีเย็นๆแบบไทยๆ เสียงร้อง(สวด) ชัดถ้อยชัดคำ
       และ ปากของพนักงานคนเดิมที่ขยับตามคลื่นที่ออกมาจากเครื่องเสียง ที่ดังท่ามกลางคนที่ไม่สนใจเดินผ่านไปผ่านมา
       ใช่ครับ เธอกำลังร้อง(สวด) ตามไปอย่างเนิบช้า
       จัดว่าได้ถึงสองเด้ง นอกจากท่านได้ทำอาชีพขายของ ยังได้สวดมนต์เจริญจิตใจไปในตัว เรียกได้ว่าบุญกุศลนี่ เผื่อแผ่กันเป็นรัศมีกว้่างตลอดระยะเวลาที่ห้างเปิดทำการเลยทีเดียว
       เป็นอะไรที่ควรจะใช้คำว่า อะไรดีหละ งดงาม ถ้าคุณพอใจในงานที่ทำ โดยที่ไม่ต้องสนใจว่าคนอื่นอาจจะมองว่า มันน่าเบื่อ อะไรก็ไม่รู้ แต่ในเวลาตลอดห้างทำการถ้าคุณเอนจอยกับมันได้ ผลที่ได้มันก็น่าจะเป็นอะไรที่เกินคาดจากคนอื่นคิดอย่างแน่นอน

       เรื่องทั้งหมดก็น่าจะสดใส แฮปปี้ ดี๊ดา ยังกะหนังจีทีเอช ถ้าอยู่ๆไม่คิดขึ้นมาได้ว่า
       แล้วถ้าภาพที่เห็นไม่ได้เป็นอย่างที่คิดหละ
       ถ้าคุณพนักงานคนนั้น ไม่ได้พอใจที่จะสวดตามตั้งแต่แรก แต่มันเป็นเพราะควา่มหลอกหลอน ความเคยชิน เหมือนกับว่าคุณเปิดวิทยุฟังเพลงเดิมๆ ทุกๆวัน ในที่สุดคุณก็ชอบมันไปเอง ด้วยการกระทำอันโหดร้ายของโลกทุนนิยม
       ถ้่ืาคิดไปแบบนั้น ทุกอย่างมันก็คงโหดร้ายพอควร แต่ก็ไม่ได้นักหนาเกินไปนักหรอก
       เพราะเหรียญมีสองด้าน
       แล้วคุณเลือกที่จะเชื่อแบบไหนหละ
       สำหรับผมเลือกที่จะ "เชื่อไก่ให้ลิงดู" (อ้าว นั่นมันเชือด)

กว่าจะหาเจอว่า ไอ้ที่ดราฟท์ไว้อยู่ตรงไหน ก็ยากพอควรนะ
      
9月28日

ชีวิต = ชิทแตก

เพื่อนผมคนนึง ออกจากงาน เพราะเบื่อ
 
เพื่อนผมคนนึง แฟนมีกิ๊ก และคงจะเลิกกันในไม่ช้า
 
เพื่อนผมคนนึง ขับรถคนอื่นไปชน และรถคนนั้นไม่มีประกัน
 
ผมโดนการ์ดไล่ออกจากร้านที่เชียงใหม่
 
และผมอยู่ในระหว่างอ่านนิยาย เรื่อง ชิทแตก ของปราบดาหยุ่น ที่ซื้อมาเพราะแม่งลดราคา
 
แล้วก็รู้สึกว่า เรื่องเหี้ยๆมักจะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน
 
รึเปล่า?

ไม่มีข้างล่างเดี๋ยวจะกลายเป็นของปลอม
9月21日

เดอะกู๊ดเดอะแบดแอนเดอะจุดจุดจุด

เรื่องทั้งหมดงดงามหมดจดจนหาที่ใดมาเปรียบ
       วันนี้ผมออกจากบ้านโดยลืมกระเป๋าตังค์ ไว้ที่บ้าน
       การไม่มีกระเป๋า ที่ภายในมีเงิน บัตรรถไฟฟ้า บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชน สลิปเซเว่นเก่าๆ นามบัตรใครก็ไม่รู้ บัตรลดโน่นลดนี่ (แต่ไม่เล่นมุกบัดซบจริงๆเลย หรอก) อยู่ในใบเดียวกัน ได้สร้างความลำบากให้ชีวิตอย่างเห็นได้ชัด
       ยังดีที่ผมได้คบหากับลูกผู้ชายตัวจริงอีกหนึ่งคน คุณนรุตม์ บัวขจร ไม่ เค้าไม่ได้ช่วยแม่ขายสัปปะรดตอนเช้าที่ตลาดไททุกวัน ไม่ได้จูงคนตาบอดข้ามถนนแถวคอกวัวไปซื้อลอตเตอรี่ทุกสิบห้าวัน ไม่ได้กินมังสวิรัตเป็นชีวิตจิตใจ ไม่ได้ช่วยคนงานแบกกระสอบข้าวสารวันละหกสิบสองกระสอบ
       แต่พี่เค้าให้ผมยืมตังค์ สามร้อยบาท ตอนสายๆวันนี้ นั่นแหละครับ
       เพื่อความรวดเร็วเข้าจุดไคลแมกซ์เลย ตอนเย็นๆ เหลือตังค์ สี่สิบบาท ตัดสินใจซื้อของไปสิบสองบาท ผมต้องเหลือเงิน ยี่สิบแปดบาท ขึ้นรถเมล์สายหนึ่งเจ็ดเจ็ด เสียตังค์สิบเอ็ดบาท เพราะฉะนั้นผมจะเหลือตังค์ สิบเจ็ดบาท
       อยากบอกว่าการจราจรที่แยกรัชโยธินในช่วงการซ่อมแซมสะพาน ไม่ได้แย่อย่างที่คิด รถเมล์เคลื่อนไปได้เรื่อยๆ จนถึงแถวเรือนจำคลองเปรม รถเมล์วิ่งเลนกลาง เพราะป้ายหน้าเรือนจำตอนสองทุ่มๆกว่าๆไม่มีคนเรียก และไม่มีคนลง ผู้หญิงหนึ่งคนเดินออกมารอหน้าประตูกดกริ่งเพื่อลงที่ป้ายตรงข้ามซอยชินเขตสอง
       ผมชั่งใจว่าจะลงที่ซอยสองจะเสียค่ามอเตอร์ไซค์ เจ็ดบาท แต่ช่วงดึกๆ รถจะแทบไม่มี หรือพูดได้ว่าวินปิดไปแล้ว หรืออีกทางนึงรอลงป้ายหน้าชินเขตหนึ่ง จะเสียเงินสิบสองบาท แต่มีรถตลอดเวลา ชัวร์สุดๆ ทันใจ
       ในยุคเศรษฐกิจพอเพียงอย่างงี้คุณจะำทำยังไง
       ใช่แล้วครับ ถ้าเหลือเงินสิบเจ็ดบาท ก็เอาไปใช้ซะสิบสองบาทดีกว่า ได้กลับบ้านชัวร์กว่า ปากซอยก็พลุกพล่านไม่น่ากลัว
       แล้วผมก็ปล่อยผู้หญิงคนนั้นลงรถเมล์ที่ป้ายตรงข้ามซอยสอง ส่วนผมคลึงเหรีญในกระเป๋า เขย่าหยิบโขย่ง มีเหรียญใหญ่เหรียญเล็กหลายเหรียญ แต่ไม่มีเหรียญสิบอย่างที่คิดไว้(ตอนนี้มาคิดดีๆพบว่า ตอนนั้นมันคิดผิด)
       กลับไปที่ยอดคงเหลือผมบอกว่า ผมต้องเหลือเงิน สิบเจ็ดบาท
       แต่หยิบเหรียญออกมาดู ยังไงก็ไม่น่าถึง แล้วก็ยังมัวไปงมหาเหรียญสิบที่คิดว่ามีอยู่ รถเมล์ออกตัว เหรียญตก เก็บ ล้วง เหรียญตกอีกเหรีญ แต่ว่าคงต้องเดินไปแล้ว เดี๋ยวกดออดไม่ทัน ยังไงตกไปเหรียญนึง จากสิบเจ็ดบาทยังไงก็เหลือพอจะไปควบมอเตอร์ไซด์อยู่แล้ว
       เดินไปจ่ออยู่หน้าประตู พอมีเวลานับ เหรียญห้า มีหนึ่งเหรีญ เหรียญเล็กอีก เอ่อ หกเหรียญ
       จินตนาการไปถึงการเดินไประยะหนึ่งป้ายรถเมล์ เพื่อไปรอรถตรงหน้าซอย เนื่องจากเงินขาดไปบาทนึงแล้วขึ้นมอไซค์สิบสองบาทไม่ได้ แค่คิดก็ชอกช้ำระกำจิตขนาดไหน ใครจะหยั่งได้ แต่ต้องมีศรัทธาว่ายังมีเหรียญในกระเป๋าอีกซิ
       รถชะลอตัว จอด คนแรกลง ผมคนสอง พอลงไปถึงก็ไม่คิดว่าต้องทำอะไร
       วัดใจ นับอีกที แล้วผมก็เห็น หนึ่งในเหรียญหกเหรีญนั้น
       มีเหรียญสองบาทหนึ่งเหรียญ
       ผมรู้ได้ทันทีว่า "เรื่องทั้งหมดงดงามหมดจดจนหาที่ใดมาเปรียบ"

เรื่องทั้งหมด เป็นเรื่องจริง อ้างอิงทั้งบุคคล พาหนะ สถานที่ และสกุลเงิน
เพราะเรื่องบนมันจบได้เหมือนกันนี่แหละ เลยพิมพ์มันพร้อมๆกัน

จุด จุด จุด
ผมพบว่า
ผมพิมพ์ได้ช้าลง

ผมเรียบเรียงเรื่องไม่ค่อยได้อย่างใจ
และ
ผมยังไม่ยาวขึ้นซักเท่าไหร่เลย


9月9日

แม่สาวเสื้อฟ้า

       วันนั้นผมอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่กำลังลดราคามหามหัศจรรย์ ก็เดินดูไปเรื่อยๆ ส่วนมากจะประกอบด้วย ของที่ใส่ไม่ได้ หรือของที่ใส่ได้แต่ไม่มีปัญญาเอามาใส่
       และแล้วสายตาก็สะดุด หยุดอยู่ที่ หุ่นตัวนั้น หุ่นเสื้อแบบที่ไม่มีคอ ในชุดลายตารางสีฟ้าขาว มันเป็นชุดที่เค้าเรียกว่าอะไรนะ แบบว่าเดรส น่ารักๆ แบบที่คุณเห็นแล้วจะรู้ว่าแม่งเหมาะกับไอ้หนังรักๆใคร่ๆจากญี่ปุ่นโดยแท้
       แล้วก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้ มองไปด้านหลังมีป้ายบอกสังกัดของชุดในบริเวณนั้นเขียนว่า พอร์ตแลนด์ โยโกฮาม่า และโลโก้รูปสมอเรือ ชัดๆเลยว่าแบรนด์นี้คงไม่ได้มาจากเอธิโอเปียแน่นอน
       อีกหนึ่งเดือนกับอีกสิบแปดวัน เป็นวันเกิดเธอ
       แม้ชุดๆนั้นจะอยู่ในสินค้านิวอะไรเวิ้ว ไม่ได้เซล
       แต่ไม่ต้องคิด
       ผมรู้โดยสัญชาตญาณว่าเธอต้องชอบมันแน่ๆ
       .
       ..
       ...
       1789
       ไม่ใช่ปี ค.ศ. ที่โคตรเหง้าของใครเกิด
       แต่เป็นเงินที่ออกจากกระเป๋าของผมไปสดๆ
       พร้อมกับรอยยิ้ม ที่เห็นภาพว่าในอีก 1152 ชั่วโมง จะเห็นรอยยิ้มของเธอเช่นกัน
 
       "เราว่าเธอต้องชอบของขวัญในวันพรุ่งนี้ชัวร์" นั่นคือ ประโยคปิดท้ายในการคุยโทรศัพท์ กลางดึกวันที่ 15 ตุลาคม ของผม ส่วนเธอปล่อยให้ความเงียบและการกดปุ่มรูปโทรศัพท์ลอยๆสีแดงบนแป้นโทรศัพท์มือถืออย่างช้าๆ เป็นการตอบรับผม
 
       เช้าวันที่ 16 ตุลาคม ผมออกจากบ้าน พร้อมกับเสื้อโปโลสีเหลือง กางเกงลูกฟูกสีน้ำตาล และถุงใส่กล่องของขวัญ ภายในบรรจุเงินหนึ่งพันเจ็ดร้อยแปดสิบเก้าบาทที่แปรรูปเรียบร้อยแล้ว
       สิบโมงสี่สิบห้า
       หน้าบ้านของเธอ
       และแล้วผมก็พบกับรอยยิ้มของเธอ
      
       ผมบอกคุณแล้วว่า "ผมรู้โดยสัญชาตญาณว่าเธอต้องชอบมันแน่ๆ"
      
       เธอปรากฏตัวในชุดลายตารางสีฟ้าขาว มันเป็นชุดที่เค้าเรียกว่าอะไรนะ แบบว่าเดรส น่ารักๆ แบบที่คุณเห็นแล้วจะรู้ว่าแม่งเหมาะกับไอ้หนังรักๆใคร่ๆจากญี่ปุ่นโดยแท้
       ...
       ช่างน่ารักดีแท้
       "ไหนอะ ของขวัญ ดูหน่อยดิ" เธอเอ่ย

 

จบไปสำหรับเรื่องแต่ง
ส่วนเรื่องจริงคือ กูไปเซ็นทรัลกะพี่บี กูซื้อชุดทำงานเสร็จ ออกไปสอนหนังสือเด็ก ส่วนพี่บียังอยู่ที่เซ็นทรัล จนกูสอนเสร็จ พี่บีเพิ่งออกจากเซ็นทรัล
แปลความได้ว่า พี่บีเลือกชุดไปสมัครงานใช้เวลามากกว่าสองชั่วโมง
และกูได้ข้อสรุปว่า กูกับพี่บีมีปัญหาเรื่องไซส์ คือ กูซื้อเสื้อในห้างไม่ได้ เพราะแม่งทำมาไซส์ฝรั่ง ส่วนพี่บีซื้อเสื้อนอกห้างไม่ได้ เพราะแม่งทำมาไซส์คนไทย
7月24日

นัจจะคีตะวาทิตาวิสูกะทัฏสะนา : ก่อนบวช

       ก็ไม่ใช่กิจกรรมที่คนกำลังจะบวชเค้าจะทำกันหรอก แต่ก็ขอส่งท้ายหน่อย
       ก็ขอแนะนำอะไรดีๆในช่วงที่ผ่านมาให้รู้รับ กันก่อนจะจากกัน
 

 
       1. เสียงพูดสุดท้าย 'รงค์ วงษ์สวรรค์ บทสัมภาษณ์โดย วรพจน์ พันธุ์พงศ์
 
 

http://www.typhoonbooks.com/web/typhoon_thai.html

       อ่านง่าย สบายตา ปกสวย ภาพสวย เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน เสียดสี ปลดปลงชีวิต แม้คำนำจะพร่ำเพ้อไปหน่อย แต่ภายในไหลลื่น เป็นอย่างที่วรพจน์กล่าวไว้ในคำนำว่า ในการสัมภาษณ์เค้าก็เป็นได้แค่เด็กน้อย เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ล่วงลับท่านนี้ เรื่องที่พูดจึงค่อนข้างจะเป็นไปตามผู้ถูกสัมภาษณ์มากกว่าผู้สัมภาษณ์ อาจมีปัญหาเรื่องการเรียบเรียง ที่บางทีก็ขัดใจ(เฉพาะผม)อยู่เล็กน้อย แต่ยืนยันได้ว่าเป็นหนังสือที่บ่ได้เสียดายเงินที่ซื้อแม้แต่หยาดเดียว

 
       2. ราตรีสวัสดิ์(Goodnight) - ฟักกลิ้งฮีโร่ feat. ธีร์ ไชยเดช
 
 
 
       เป็นอะไรที่สั้นๆง่ายๆว่า "มาสเตอร์พีซ"
       และเป็นอะไรที่ยาวกว่าว่า เพลงๆนึงที่ทำให้คุณยืนขนลุกขณะที่รอรถตู้ที่ป้ายรถเมล์หน้าบ้าน(จริงๆแล้วมีลมพัดแรงประกอบด้วย ช่วยให้ขนลุกได้ง่ายขึ้นอีก)

 
       3. Funuke Show Some Love, You Losers!
 

http://www.mininova.org/tor/1368509

       เนื่องจากโปสเตอร์ของหนังจัดอยู่ในขึ้นที่ไม่ดึงดูดอะไรทั้งนั้น จึงนำการ์ตูนที่ตัวเอกในเรื่องมาลงให้ดู ซึ่งชวนให้คนปกติไม่น่าดูมากขึ้นไปอีก(ดูไปยังกลัวไปอยู่เลย) ส่วนสำหรับคนไม่ค่อยปกติ ก็โหลดบิตไปตามนั้นเลย สำหรับหนังเรื่องนี้ ก็ไปเห็นบทความใน ไบโอสโคป แล้วลองเซิชในเนตดู เจอพอดีก็เลยโหลดมาดู ซับอังกฤษ แต่ศัพท์แสงไม่ได้ยากจนเป็นปัญหากับการดูให้รู้เรื่อง เนื้อหาก็อยู่ที่การคุกคามกันเองในครอบครัว แต่ละคนคอยสลับบทบาทการเป็นผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ มีอารมณ์ขันอย่างขมขื่น หดหู่ น่าสงสาร น่ารังเกียจ ในทุกตัวละครมักจะทำอะไรแปลกๆซักอย่าง ที่ส่งผลต่อคนรอบข้างไปเรื่อยๆ


       4. MV. ถามจันทร์ - 25Hours

  

http://www.youtube.com/watch?v=OQ5k7gRGrkM

       ก็ไม่รู้จะลิงค์ไปหาหอกอะไร เพราะลิงค์ไปก็เหมือนอันที่แปะ แต่เห็นอันอื่นมีลิงค์เดี๋ยวอันนี้น้อยใจ ตอนแรกๆรู้สึกว่าเพลงก็ธรรมดา แต่ภาพสวย สีสันตระการตา แถบสลับเวลาไปมาเนียนตาดีเหลือเกิน จนดูไปดูมาฟังเพลงจนติดหูติดปากขึ้นเรื่อยๆแล้ว

       หลักๆแล้วก็มีภาพที่เก็บจากรถไฟฟ้าวิ่งไปวิ่งมา กับไอ้วง 25Hours เล่นดนตรีบนดาดฟ้า ใส่กางเกงฟิตๆ กระโดดกะย่องกะแย่งไปมา ตัดไปตัดมา ผสมนู่นนี่จนได้ภาพที่เข้ากันอย่างประหลาด


เหนื่อยกับการใส่วีดิโอมาก ทั้งที่ความจริงมันง่ายนิดเดียว

7月18日

บวช

       บวช จริง บ่ได้ ล้อเล่น
       วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2552 (ปีนี้นิ) ตอนเช้า กี่โมงยังไม่รู้
       รู้อย่างเดียวว่า
       บวชจริงๆ
       ที่วัดบางกอบัว พระประแดง สมุทรปราการ
       ไม่รู้จักอะดิ ไม่เป็นไร ทำแผนที่ให้แล้ว
free unlimited image hosting service
 
       ถ้ามองไม่ชัด ลองดูที่ http://images.forstudent.com/show.php?id=35ad81fabae2897caba54521b8369f00 หรือไม่ก็เซฟรูปไปที่คอมได้เลย
       ถ้ายังมาไม่ถูก ลองหาทางไปตลาดน้ำบางน้ำผึ้งตามเว็บดู ดังอยู่พอตัว อยู่ทางเดียวกัน
       สนใจมาร่วมงานติดต่อมาได้ที่ พัฒนะ คนเดิมคนนี้ เบอร์เดิม เมล์เดิม ขนาดเสื้อผ้ายังใส่ตัวเดิมของเมื่อวานอยู่เลย เพราะเมื่อคืนไม่ได้อาบน้ำ...

เท่านี้แหละ
7月15日

SMS

       อยู่ๆก็มี SMS ส่งมาจากดีแทค
       ภายในบรรจุข้อความว่า "ให้คุณเช็กแพ็กเกจค่าโทรและชำระค่าบริการได้ในเบอร์เดียวแค่โทร *1888(ฟรี)"
       อีทีเด็ดอยู่ตรง ฟรี นี่แหละ ก็ว่างๆก็เลยลองโทรไปเล่นๆดู
       ได้รับฟังเสียงจากน้องสาวที่บันทึกเสียงไว้ในระบบอัตโนมัติว่า
       "ดีแทคสวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ *1888 บริการสบายใจรูปแบบใหม่ที่ให้คุณเช็กและจัดการแพ็กเกจหรือบริการพิเศษของคุณได้ง่ายๆ ในเบอร์เดียวโดยไม่เสียค่าบริการค่ะ  for english please press 9"
       รอซักแว้ปนึง ก็มีสาวเสียงใสคนเดิมพูดขึ้นมาว่า
       "ขอโทษค่ะบริการนี้สำหรับลูกค้าระบบจดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดาเท่านั้นค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการ สวัสดีค่ะ"
       ...
       ..
       .
       แล้วจะส่งแมสเสจมาบอกกูทำไม

อยากบอกว่าข้อความเป๊ะทุกคำพูด ฟังแม่งเป็นสิบรอบเพื่อพิมพ์ให้เหมือน ไม่เชื่อโทรไปดูดิ
7月7日

หาชื่อดีๆตั้งไม่ได้เลยตั้งงี้เลยละกัน

       พูดเรื่องหนังครับ
       เมื่อวานเพิ่งได้ดู psypho ซักครึ่งเรื่องหลัง หลังจากเคยเห็นการชื่นชมด้านต่างๆนานา(ทำไมไม่พิมพ์ว่า ต่างต่างนาๆ วะ) จากหลายสื่อ โดยเฉพาะด้านสกอร์(รองเท้า?) พอลองดูหนังก็มีอิริยาบถ อะไรที่ธรรมดา แต่พอมีเสียง อี๊ดๆ วี๊ดๆ ที่พี่คนใส่เสียงเข้าไปทำให้ทุกอย่างแม่งหลอนขึ้นไปอีกไม่รู้เท่าไหร่ โดยที่เราก็ยังไม่รู้ว่าไอ้เสียงอี๊ดๆ วี๊ดๆ นั่นมันไปสังเคราะห์จากวัตถุชนิดใด
       ต่างจากหนังที่ได้ดูวันอาทิตย์ในรถผลัดกลับ ใช่แล้วครับหนังในตำนานเรื่องนั้น gomorra เปิดในรถขากลับทั้งรถมี 32 คน มีคนดู 3 คน คือ อู๋ กู ปีเตอร์ หนังเกี่ยวกับมาเฟียอิตาลี เดินกันแบบเนิบๆ ทำไรเกรียนๆบ้าง อยู่ในรถทัวร์ไมได้ยินเสียงไรเลย ต้องนั่งอ่านซับไทย ตัวเหลืองๆข้างล่าง แถมซับแม่งขึ้นลงเร็วระยำ โผล่แว้บๆหายซะแล้ว เหนื่อยใจอยู่เหมือนกัน สุดท้ายมีคนดูจนจบแค่คนเดียว
       คือ ไอ้อู๋ !!!
       ถูกแล้ว นั่นแหละ หนังกู กูเองยังดูไม่จบเลย แม่งปวดลูกตามากจนปวดหัวตามมา เลยนอนแม่งดื้อๆเลย
       ซึ่งหลังจากการดูไซโค ก็เกิดพุทธปัญญาขึ้นเรื่องนึงคือ ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราหลับได้โดยง่าย คื่อ หนังแม่งแทบจะไม่มีสกอร์ เสียงประกอบห่าไรไม่ค่อยมีทุกอย่างแม่งเนิบๆไปซะหมด โดยเฉพาะฉากนึงที่ได้ย้อนดูตอนหลัง คือ แม่งถ่ายปั๊มน้ำมันร้าง(ร้างก็สะอาดดิ นั่นมัน ล้าง) แล้วมีคนออกมาจากรูใต้ดิน คือตอนดูในรถทัวร์นึกว่าเป็นภาพนิ่งๆ แล้วมีแต่เสียงพูด แทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในภาพ จนมาดูในโน๊ตบุคถึงได้เห็นว่ามีคนขึ้นมาด้วยนี่หว่า
       ตอนหลังดูสลัมด็อกที่ไอ้นนซื้อมา ค่อยดีขึ้นมาหน่อย(เยอะเลย) แต่แม่งน้ำเน่าผิดคาด
       ขอสปอยทีเหอะ อยากอ่านก็ลากบรรทัดล่างเลย ยังไม่ดูก็ไม่ต้องลากก็ได้
        อยากบอกว่าช้ำใจมากฉากที่พระเอกตามหานางเอกจากคนสิบเก้าล้านคนมาให้พี่แม่งปี้ แม่งสุดทนน้ำเน่าระยำหลาย
       เห้ย เหี้ยเอ๊ย เปลี่ยนสีตัวหนังสือเป็นสีขาว แล้วหาสีตัวหนังสือแบบเดิม ไม่เจอ ใช่งี้ไปเลยละกัน
       มาถึงทีเด็ดประจำวัน วันนี้ไปดู ดีพารตเจอ มา สมาชิก ประกอบด้วย ผม จิ๊บ และพี่บี ที่สยาม นั่งแถวเค อยากบอกว่าดูหนังไม่ค่อยรุ้เรื่องเลย เพราะข้างหน้า มี ชาย หญิง จะฮึด จะฮัดกันตลอดเวลา เดี๋ยวผู้ชายก็หันมาซบ เดี๋ยวก็ลูบโน่น คลำนี่ ทำอะไรบัดสีบัดเถลิงกันอยู่ตลอดทั้งเรื่อง อยากจะลุกขึ้นยืนแล้วดูแม่งทำกันชัดๆให้รู้แล้วรู้เรื่อง(อยู่ข้างหลังวับๆแวมๆอย่างเดียว ไม่จะจะ)
       ผู้ชายแม่งก็ วุ้ย พิมพ์ไม่ถูก ผุ้หญิงก็เหมือนจะขัดขืนหน่อย แต่สุดท้ายต้านแรงไม่ไหว เบาะก็เอี๊ยดอ๊าดเป็นพิธี พอให้ดันกับเข่ากูที่ชิดกะเก้าอี้ผู้หญิง แล้วซักพัก เบาะก็กลับไประดับปกติ เป็นงี้กันไปหลายรอบเหมือนกัน 
       ตอนท้ายๆเรื่อง เหมือนผู้หญิงจะร้อง ไม่รู้ว่าร้องไห้กับเนื้อเรื่องหนัง หรือ ผู้ชาย @%#$% อะไรกันไป
       แต่ขอฟันธงว่าผู้ชายดูหนังไม่รู้เรื่องแน่นอน
       หนังจบ เครดิตขึ้น ไอ้จิ๊บลุกจะออก กูรีบดึงไว้ก่อน ไอ้จิ๊บถามว่ามีอะไร อยากจะตอบฉิบหายว่า "กูจะรอดูหน้าแม่ง แม่งยังไม่ลุก" แต่ทำงั้นก็คงน่าเกลียดกันพอดี เลยชี้ไปที่จอ ปรากฏว่าตอนเครดิตท้าย เค้ามีการโชว์พิธีกรรมอะไรกันอยู่ ไอ้จิ๊บเลยนั่งต่อ นึกว่ากูอยากดูเครดิตท้าย(จริงๆก็อยากดู แต่อยากดูไอ้ข้างหน้านั่นมากกว่า)
       จนเครดิตจบ ข้างหน้าสองคนก็ลุกออก ก็ลุกกันพอดีเหมือนกัน ปรากฏว่าชายหญิงคู่นั้นเป็น...
       นักเรียนมัธยมปลายอย่างแน่นอน
       ฮึ่ม ฮึ่ม ฮึ่ม
       ไม่ได้พูดถึงหนังเลย
       ตัวหนังก็สนุกดีดูง่าย มุกตลกมาเป็นระยะ ขำกันแบบเล็กๆพอเป็นกษัย
       สำหรับฉากจบ(ไอ้นี่เป็นอะไร เอะอะจะสปอยอย่างเดียว) อยากบอกว่าเป็นความสวยงามของการส่งความรู้สึก จากคนตายไปสู่คนที่กำลังจะเกิด ผ่านคนในปัจจุบันอย่างสวยงามครับ
        
       จริงๆทั้งหมดอยากบอกว่า ถ้าอยากจุ๊กกุดุ๊ยอะไรกันก็อย่าทำในโรงหนังเลยครับ (หรือถ้าทำก็ไปทำริมๆหน่อยเหอะ)

6月16日

ความเปลี่ยนแปลง ความรู้สึก ความไม่เข้าใจ และอื่นๆอีกมากมาย

แล้วก็เป็นการอัพบล็อกครั้งแรกหลังจากลงค่ายมา

ข่าวของเธอ
       จริงๆแล้วอยากจะบอกว่ากูเกลียดข่าวหมีแพนด้าน้อยไร้ชื่อตัวนั้นฉิบหาย(ก็ได้บอกสมใจอยากแล้ว)
       ลองคิดถึงคนที่ซื้อหนังสือพิมพ์ที่ตัวอำเภอด่านซ้ายวันละหนึ่งครั้งโดยประมาณ ซื้อหนังสือพิมพ์ ดูพาดหัว กับภาพข่าว ขับรถกลับค่าย เอาไปทิ้งไว้โรงอาหาร บางทีก็กลับมาอ่าน บางทีก็ลืม บางทีก็จะหาอ่านแต่ว่าหายไปแล้ว 
       อาจกลายเป็น ที่รองหั่นผัก
       อาจกลายเป็น ขยุ้มๆม้วนๆเอาไปจุดไฟเตาแก๊ส(จริงๆแล้วเป็นค่ายที่จนมากที่ไม่ซื้อปืนยิง ปิ้วๆ)
       อาจหายไปดื้อๆ แล้วพบอีกทีตอนสามวันให้หลัง
       ในเมื่อโอกาสรับรู้ข่าวสารก็น้อยอยู่แล้ว ทุกวันแม่งยังลงข่าวลูกหมีเกิด ลูกหมีโน่น ลูกหมีนี่(ไม่รู้ว่าเป็นไงเพราะไม่ได้อ่าน)
       ลงแต่ข่าวลูกหมี ไม่เห็นลงข่าวจีโน่บ้างเลย(ไร้สาระแล้ว)
       คือ ถ้ามันคลอดแล้วลงหน้าหนึ่งซักสองวัน ก็ยังพอไหว นี่แม่งลงทุกวัน มันใช่เรื่องจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอวะ จะไปอะไรกับมันนักหนา
       ยังไม่พอตอนปิดค่ายไปแล้ว ไปดูทีวีร้านก๋วยเตี๋ยว โกศลดูเรื่องเล่าเช้านี้เพราะอยากเห็นหน้ากฤตยา แต่กล้องแม่งถ่ายแต่สู่ขวัญ(อดไป) ดูๆไปซักพัก แม่งแบ่งจอไปดูถ่ายทอดสดหมีแพนด้ากระดิกขนซะงั้น
       จะบ้าหรือไง
       ขนาดเช้านี้ยังมีเอสเอ็มเอสตั้งชื่อหมีส่งเข้าไปในรายการอยู่เลย
       แต่มีวันนึงได้ลองอ่านข่าวดูก็พบว่าไอ้หมีนี่ก็สร้างรายได้หมุนเวียนด้านการท่องเที่ยวอยู่พอประมาณ แต่จะซักกี่คนที่เดินทางข้ามโลกมาดูหมีในประเทศที่มีหมีแพนด้าอยู่สามตัว
       ความจริงก็คือ ลองไม่ลงข่าวแม่งซักวันเหอะ หมั่นไส้สิ้นดี จุ๊กกะจิ๊ก

เท่ากับที่เดิม
       ตอนนี้วันๆรู้สึกขี้เกียจระยำ
       กลับไปสู่สถานการณ์ประเภทที่มีโน่นมีนี่ให้ทำเยอะเลย(มีสาระบ้าง ไร้สาระบ้าง) 
       ทำอะไรดี
       ทำอะไรดี
       ทำอะไรดี
       และจบด้วยเลือกทำอะไรที่มีสาระน้อยที่สุด หรือไม่ก็ไม่ทำอะไรเลย(นอนง่ายอย่างน่าประหลาด)
 
       แต่ต่อไปทุกอย่างจะดีขึ้นด้วยเป้าหมายการสอบโทอิค

สิ่งดีดี
       วันที่ขับรถไปมหาลัย ฟังเพลงที่น้องไรท์ทิ้งไว้ในรถ พบว่ามีเพลงสองประเภท
       คือเพลงประเภทที่เรียกว่าอะไรไม่รู้
       และเพลงเก่าๆ ที่ฟังมานานมากแล้ว
       จนสะดุดกับเสียงอีสาวคนนึง ร้องเพลงภาษาฝรั่ง ได้น่ารักขยุกขยิก ฟังแล้วกระหวัดนึกถึงซิกเพนซ์นอนเดอะริชเชอร์และชีแอนด์ฮิมก็ไม่ปาน
       ใช่แล้ว นั่นแหละคือความดีของซีดีแผ่นนั้น
       และชื่อของเธอก็คือ คุณ เล่นค่ะ(Lenka)
       ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้วตอนนี้เธอก็น่าจะดังอยู่พอตัว เพราะไม่งั้นอยู่ดีๆน้องกูก็ไม่น่าจะโหลดเพลงฝรั่งมาทะลวงแก้วหูเล่นๆได้
       สดใสเป็นที่สุด ฟังกันดู

Home
       ดาดฟ้า
       เอนกประสงค์
       น้ำรั่ว
       ในเมื่อเหนือชั้นสามยังมีดาดฟ้า
       ใต้ดาดฟ้ายังมีน้ำรั่ว
       แต่ทำไมทั้งชั้นต้องรั่วที่ห้องผมห้องเดียว
       แถมตอนนี้รั่วเพิ่มอีกจุด
       ในห้องเดียวกัน
       ไม่ใช่ว่าอยากให้ห้องอื่นรั่ว
       ไม่รั่วหมดเลยมันจะดีมาก
       แต่ถ้าต้องรั่วจริงๆ รั่วตรงทางเดินกลางๆได้มั๊ย
       พิมพ์ไปพิมพ์มาคิดได้ว่ามันแย่กว่านั้น
       มีอีกที่นึงที่รั่ว คือตรงช่องบันไดที่เป็นที่ว่างๆเว้นไว้ให้บันไดวนไปรอบๆ  
       พูดง่ายๆว่าน้ำจากดาดฟ้ารั่วรวดเดียวลงไปถึงชั้นหนึ่ง บริเวณที่แขวนผ้าอีกตะหาก

 จริงๆแล้วทั้งหมดพิมพ์เพื่อจะบ่นข่าวไอ้หมีแพนด้านั่นเท่านั้นแหละ
           
3月9日

ด้วยความปรารถนาดี และเวลาไม่มี

ต้นเหตุ

25/2/2552

 

 

 

0:15:47

[

b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก

 

นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง

 

ตอนนี้ยั งรับแต่งเรื่องจากภาพอยู่ป่าวครับ

25/2/2552 0:16:07 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก ได้ครับ
25/2/2552 0:16:22 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก แต่อาจจะช้าหน่อย ธุรกิจเยอะ
25/2/2552 0:16:33 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง อ่าา
25/2/2552 0:16:39 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง ค่าใช้จ่ายสูงป่ะครับ
25/2/2552 0:16:55 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง คือไม ่ค่อยมีทุน
25/2/2552 0:17:09 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก ฟรี
25/2/2552 0:17:42 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง เชดตะม่อนแว้บๆๆ
25/2/2552 0:18:29 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก อืม
25/2/2552 0:19:18 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง ต้องท ำไงมั่งอะฮะ
25/2/2552 0:19:38 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก ส่งรูปมาเท่านั้นแหละฮะ
25/2/2552 0:20:33 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก sends CIMG1016.JPG
25/2/2552 0:20:48 You have successfully received C:\Documents and Settings\patna\My Documents\My Received Files\CIMG1016.JPG from [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก.
25/2/2552 0:21:02 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก บล็อกที่ประกาศรับ อยู่เดือนไหนรู้ปะ
25/2/2552 0:21:29 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง ไ ม่แน่ใจอะ ก็นานมากแล้ว
25/2/2552 0:22:20 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก อืม แต่ช่วงนี้วุ่นๆอยู่ คงซักพัก หรืออาจจะตลอดไป
25/2/2552 0:22:22 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก 555
25/2/2552 0:22:34 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง ไ ม่เปนไ ร
25/2/2552 0:22:42 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง ฟิโน่เปนอะไ รไ ด้อีกเยอะ
25/2/2552 0:23:16 นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก ตามนั้น
25/2/2552 0:23:22 [b]จีจีจีจีเนียร์..๛[a=15][c=4]เผื่อวันไหนเธอผ่านมาเหน[/c=27][/a=1][a=1][c=27]ที่เดวกันนี้เธอจะนึกขึ้น[/c=4][/a=15]*[/b]พ่อเปนตลก นะ : ผมเป็นอาณานิคมของระยะทาง แค่อย ากลองดูว ่าสามารถท ำตามที่สื่อลงไว้ได้จริงด้วยแฮะ...


ไม่ได้จะหากินแบบเดิม แต่ด้านบนเป็นอินโทรฮะ ต่อไปก็คงจะซัดเลย เวลาไม่มีแล้ว  และรูปที่ได้รับมาก็คือ

free unlimited image hosting service

 

จัดว่าได้อารมณ์ดีคับ


       เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่าในสมัยก่อนที่เยื่อบุโพรงมดลูกของผู้หญิงทุกคนแข็งแรงกันดีตลอดเวลา ครอบครัวหนึ่งซึ่งมีพ่อ แม่ และลูกสาว ลูกชาย อีกอย่างละหนึ่งคน อยู่กันในบ้านอย่างปกติธรรมดา จนน่าเบื่อ วันนึงคุณพ่อจึงเกิดพุทธิปัญญาขึ้นมาได้ว่าทำอย่างไรจึงหายเบื่อ และเสนอไอเดียกับคุณแม่ว่า

       "เรามารักลูกสองคนให้ไม่เท่ากันดีกว่า"

       "ปัญญาอ่อนจังพ่อ หาอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วใช่มั๊ย  ตกลงจ่ะ ว่าแต่จะรักคนไหนมากกว่าดี"

       "แหม แม่ก็ เรื่องแบบนี้ทำเป็นไม่เคย โตขนาดนี้แล้วก็ต้องแก้ปัญหาแบบผู้ใหญ่หน่อย โยนหัวก้อยไป"

       สำหรับผลการโยน ก็เป็นเรื่องที่สวรรค์สั่งมา ท่านได้กำหนดให้น้องชาย เป็นผู้ที่จะได้พอกพูนความรักจากคุณพ่อคุณแม่ของเขา แบบดับเบิ้ลดับเบิ้ล ส่วนคุณพี่สาวในตอนนี้สถานะก็ไม่ต่างจากซินเดอเรลลา พจมาน สโนไวท์ หรืออะไรก็ตามที่โดนกลั่นแกล้งเป็นจิ้งเหลนในป่าดิบชื้น

       หลังจากนั้นทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ คุณพ่อคุณแม่ ที่เฝ้าออเซาะออแซะ หงึหงึหงะหงะ ลูกชายตลอดเวลา ลูกชายที่อยากทำอะไรก็ทำเพราะได้สิทธิ์การโดนสปอยล์อย่างเต็มที่ และลูกสาวที่อยากทำอะไรก็ไม่ได้ทำกลายเป็นเด็กเก็บกดไปในที่สุด

       ทุกวินาทีความเครียด อิจฉาริษยา ปะทุขึ้นในใจคุณพี่สาวคนนั้นเรื่อยๆ จนมาถึงจุดแตกหัก(บอกก่อนเลยนะเนี่ยว่าจะไคลแมกซ์แล้ว)

       วันนั้นคุณน้องชายที่อยู่ดีๆก็ตัดสินใจออกไปเดินเล่นที่หน้าบ้าน แล้วก็ตามสเตปชายไทยที่ถูกต้อง ค่อยๆเดินไปหน้าโถฉี่ รูดซิป แล้วก็ฉี่ราดกางเกง(มุกคนอื่นนะเนี่ย) แต่เหตุการณ์มันต่างไปตรงที่จากโถฉี่เป็นที่ทางเดิน และจากซิปกางเกงเป็นกางเกงในเด็ก

        ทันใดนั้น คุณพ่อและคุณแม่ ก็ปรบมือแบบ 1212312121 vios และชื่นชมกับการกระทำของลูกชายอย่างออกนอกหน้า

        "หนูขอฉี่ราดบ้างอะไรบ้าง ได้มั๊ยคะ" ทันใดนั้นลูกสาวก็โพล่งออกมา

        "เอ๊ะ เรื่องนี้เราก็เคยคุยกันแล้วว่าไม่ได้ไง เป็นสาวเป็นนาง โอย คิดอะไรกันอยู่ บ้ารึเปล่า"

        ในขณะที่อีสาวคนนั้นกำลังเบ่งฉี่ มือของคุณแม่ก็บรรจบลงไปที่พุงของน้องคนนั้นดันให้ฉี่ทั้งหมดกลับไปอยู่ที่กระเพาะอาหาร(จะเวอร์ไปไหน)

        ทันใดนั้นน้องหนูคนนั้นก็ร้องห่มร้องไห้ แล้วก็เบ่ง เบ่ง เบ่ง เบ่ง เบ่ง เบ่ง เบ่ง เบ่ง เบ่ง เบ่ง

         แต่กระเพาะอาหารกลับไม่ให้ความร่วมมือปล่อยฉี่ออกมา

         จนกระทั่งพระเอก(นางเอก?) ของเราทนไม่ไหว จึงแสดงความช่วยเหลือออกมา

         "เราคือมดลูก เราทนไม่ไหวแล้ว เพราะมดแม่ช่างแม่มดเหลือเกิน เราจะช่วยระบายให้ท่านเอง"

         หลังจากนั้น ผู้หญิงทุกท่านจึงมีเลือดไหลออกมา อันเกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูกทุกๆเดือน ให้อีสาวคนนั้นได้ระบายแค้น แสดงเพศสภาพของผู้หญิง ได้ทำในสิ่งที่ผู้ชายทำไม่ได้อย่างชัดเจน

         และเป็นสัญลักษณ์ติดตัวผู้หญิงทุกท่านมาถึงตอนนี้


มั่วจัดมาก แต่ก็ทำได้เท่านี้แหละ

 

ต่ออีกนิดสำหรับเรื่องสัญลักษณ์กับผู้ชาย

[b][c=#ff6699] N u n ` ` [/c=#ffff00] t He wO r | d *iS j Ust aW e s Om e! !![/b] says:อ่ออออออออ อย่างนี้นี่เอง

[b][c=#ff6699] N u n ` ` [/c=#ffff00] t He wO r | d *iS j Ust aW e s Om e! !![/b] says:แกนี่เป็นคนมีองค์จริงๆเลย

นะ : ไปแล้วไปเลย says:ผู้ชายทุกคนมีองค์

นะ : ไปแล้วไปเลย says:เชื่อผมเหอะพี่

[b][c=#ff6699] N u n ` ` [/c=#ffff00] t He wO r | d *iS j Ust aW e s Om e! !![/b] says:น่าเกลียด

 

ฮาดีเหมือนกันนะเนี่ย

2月15日

ฉลอง ย้อนหลัง อย่างมีปี่และมีขลุ่ย

ฉลอง
ฉลอง
ฉลอง
ฉลอง
ฉลอง
ฉลอง
ฉลอง
 
 
free unlimited image hosting service
 
 
สำหรับคนที่ยังหาไม่เจอ หรือไม่เข้าใจ จึงขออธิบายให้เป็นโปรโมชั่นว่าฉลองเรื่องอะไร
 
คำตอบก็คือ การฉลอง คนเข้าชมครบ 7000 ครั้งเข้าไปแล้ว (แม้จะเป็นการดูของตัวเองซะ 5000) จึงขอลงบทสนทนาเมื่อปีที่แล้ว ที่เคยคิดว่า จะอัพแต่ก็ไม่ได้อัพ ซึ่งทั้งหมดเป็นการขัดตาทัพเนื่องจาก ไม่สามารถพิมพ์เรื่องใหม่ๆเองได้แล้ว เพราะความตีบตันทางอารมณ์ขัน(กำลังพยายามแก้โดยการกินไก่ทุกวัน จะได้ขันได้อีกครั้ง) อันเป็นเหตุมาจาก ชีวิตช่วงบั้นปลายของนักศึกษาอันวุ่นวาย
 
*** มีการตัดต่อบทสนทนาให้เหมาะกับเยาวชนแล้ว(โดยการตัดคำพูดที่สุภาพทิ้งไป แล้วรอให้กบว.มาแบนคำที่ไม่สุภาพ)

    *  นะ : มึนฮะ 
    * =+_+=KikKu=+_+=จะหยุดอยู่ตรงนี้
(23:03) นะ : มึนฮะ: เห้ย
(23:03) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไร
(23:03) =+_+=KikKu=+_+=จ: เหี้ย
(23:04) นะ : มึนฮะ: ด่าทำเหี้ยไร
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: เมื่อกี้เลย
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: เจอเนื้อคู่
(23:04) นะ : มึนฮะ: คู่เหี้ยไร
(23:04) นะ : มึนฮะ: คู่แรด
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไปกินข้าวคอนเนอ
(23:04) นะ : มึนฮะ: แล้ว
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: สาด
(23:04) นะ : มึนฮะ: เค้ามีจมูกเหมือนมึง
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: แม่งซื้อก๋วยเตี๋ยว
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: ที่กูขาย
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: ควย
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: เหมือนกู
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: สาด
(23:04) =+_+=KikKu=+_+=จ: คุยดีๆๆๆ
(23:04) นะ : มึนฮะ: มึงไม่ได้ขายไอ้สัด
(23:05) =+_+=KikKu=+_+=จ: กูเลยรีบจ่ายตังแล้วเดินตาม
(23:05) นะ : มึนฮะ: มึงก็คุยดีๆซิคับ
(23:05) =+_+=KikKu=+_+=จ: แม่งเดินตามไม่ทัน
(23:05) =+_+=KikKu=+_+=จ: จบ
(23:05) =+_+=KikKu=+_+=จ: เลย
(23:05) =+_+=KikKu=+_+=จ: 555+
(23:05) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไม่ตอบไรกลับมาวะ
(23:06) นะ : มึนฮะ: 555
(23:06) นะ : มึนฮะ: แล้วหน้าตาเปนไงวะ
(23:06) นะ : มึนฮะ: เหมือนน้องปอยมั๊ย
(23:06) =+_+=KikKu=+_+=จ: กูเล่าต่อก้อได้ไอ้ห่า
(23:06) =+_+=KikKu=+_+=จ: กูเลยเข้า 7-11
(23:06) =+_+=KikKu=+_+=จ: โห
(23:06) =+_+=KikKu=+_+=จ: อย่าให้บอก
(23:06) นะ : มึนฮะ: พนักงานโชว์นม?
(23:06) =+_+=KikKu=+_+=จ: เดี๋ยวกูเล่าก่อน
(23:06) =+_+=KikKu=+_+=จ: แม่งไปเจอใน 7-11
(23:06) =+_+=KikKu=+_+=จ: แต่กูไม่รู้ว่าเข้ามาก่อนหรือหลังกู
(23:07) =+_+=KikKu=+_+=จ: กูเลยแอบมองตลอด
(23:07) =+_+=KikKu=+_+=จ: ใน7-11
(23:07) นะ : มึนฮะ: แล้ว
(23:07) =+_+=KikKu=+_+=จ: แล้วกูไปซื้อนม
(23:07) นะ : มึนฮะ: เจอนมวัว
(23:09) นะ : มึนฮะ ออฟไลน์แล้ว
(23:09) นะ : มึนฮะ เข้าสู่ระบบแล้ว (เสมือนออฟไลน์)
(23:10) นะ : มึนฮะ เปลี่ยนสถานะเป็น ออนไลน์
(23:10) =+_+=KikKu=+_+=จ: จะออฟทำห่าไร
(23:10) นะ : มึนฮะ: เห้ยเมื่อกี๊พิมพ์มาปะวะ มันไม่ข7ho
(23:10) =+_+=KikKu=+_+=จ: กูต้องเล่าใหม่ปะเนี่ย
(23:10) นะ : มึนฮะ: มันหลุดไอ้สัด
(23:10) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไอ้ควย
(23:10) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไปไกลเลย
(23:10) นะ : มึนฮะ: ถึง
     =+_+=KikKu=+_+=      จะหยุดอยู่ตรงนี้ says:
แล้วกูไปซื้อนม
นะ : มึนฮะ says:
เจอนมวัว
(23:10) =+_+=KikKu=+_+=จ: ควยวัว
(23:10) นะ : มึนฮะ: เอาใหม่ๆ
(23:10) =+_+=KikKu=+_+=จ: ถึงไหน
(23:10) นะ : มึนฮะ: เอ็นตุ๋น
(23:10) นะ : มึนฮะ: ก็อปมาดิไอ้สัด
(23:10) นะ : มึนฮะ:      =+_+=KikKu=+_+=      จะหยุดอยู่ตรงนี้ says:
แล้วกูไปซื้อนม
นะ : มึนฮะ says:
เจอนมวัว
(23:10) =+_+=KikKu=+_+=จ: ปิดไปแล้ว
(23:10) =+_+=KikKu=+_+=จ: กินนมรอหน้า7-11
(23:10) นะ : มึนฮะ: เออ มึงไปซื้อนม แล้วไงต่อ
(23:11) นะ : มึนฮะ: แล้ว
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: พอเค้าออกมากูเดินตาม
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: เค้าก้อไปขึ้นมินิ
(23:11) นะ : มึนฮะ: 555
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: ขับมาเองคนเดียว
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: โคตรอยากเข้าไปคุยอะ
(23:11) นะ : มึนฮะ: เนื้อคู่มีงชัวร์
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: เออ
(23:11) นะ : มึนฮะ: มินิรุ่นเก่าปะวะ
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: น่ารักสัด
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: แม่งเค้ารู้เลยอะ
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: ว่ากูตาม
(23:11) =+_+=KikKu=+_+=จ: +แอบมอง
(23:12) =+_+=KikKu=+_+=จ: ขาว
(23:12) =+_+=KikKu=+_+=จ: น่ารักกว่าขวัญอีก
(23:12) นะ : มึนฮะ: แก่แล้ว หรือเด็กๆวะ
(23:12) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไม่รุอายุเท่าไรวะ
(23:12) =+_+=KikKu=+_+=จ: กูว่าน่าจะประมาณเรา
(23:12) =+_+=KikKu=+_+=จ: เพราะว่าเราก้อแก่แล้ว
(23:13) นะ : มึนฮะ: มึงแก่ กุยังไม่ได้แก่
(23:14) =+_+=KikKu=+_+=จ: มึงดู4แพร่งยัง
(23:14) นะ : มึนฮะ: ยัง กูฝึกงานไกลเมือง ไม่มีปัญญาไปไหนเลย
(23:15) =+_+=KikKu=+_+=จ: ห้า
(23:15) นะ : มึนฮะ: เห้ยพรุ่งนี้มาดูบอลบ้านกูปะ กินเบียร์
(23:15) =+_+=KikKu=+_+=จ: วันนี้กูโดดมาเล่นวินนิ่งหว่ะ
(23:15) =+_+=KikKu=+_+=จ: สบายสัด
(23:15) =+_+=KikKu=+_+=จ: เมื่อวานก้อโดดไปนอนหอพี่ที่ทำงาน
(23:15) =+_+=KikKu=+_+=จ: โคตรเหี้ยเลย
(23:15) นะ : มึนฮะ: เหี้ย มึงชักระยำใหญ่แล้ว
(23:16) =+_+=KikKu=+_+=จ: กูก้อว่า
(23:16) =+_+=KikKu=+_+=จ: ก้อไอ้หนองคายอะแม่ง
(23:16) =+_+=KikKu=+_+=จ: ชักชวนกูเหี้ย
(23:17) นะ : มึนฮะ: ใครไอ้หนุ่่มเหรอ
(23:17) =+_+=KikKu=+_+=จ: เออ
(23:17) =+_+=KikKu=+_+=จ: มันจะชวนกูไปผับ
(23:17) นะ : มึนฮะ: พรุ่งนี้อะนะ
(23:17) =+_+=KikKu=+_+=จ: แม่งกวนไอ้เหี้ยหนุ่มกวนตีน
(23:18) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไปป่าว
(23:18) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไปแทนกู
(23:18) นะ : มึนฮะ: ไม่ไปไอ้สัด
(23:18) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไปดิ
(23:18) นะ : มึนฮะ: ไปทำกระเจี๊ยวอะไรหละคับ
(23:19) นะ : มึนฮะ: กูไม่มีตังค์ด้วย
(23:19) นะ : มึนฮะ: เย็ดแหม่ม
(23:19) =+_+=KikKu=+_+=จ: ก้อกูมีนี่หว่า
(23:19) =+_+=KikKu=+_+=จ: พรุ่งนี้เงินเดือนออก
(23:20) นะ : มึนฮะ: สรุปว่ามึงจะไปผับใช่มั๊ย
(23:20) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไอ้ห่า
(23:20) =+_+=KikKu=+_+=จ: ใครชวนอะ
(23:21) =+_+=KikKu=+_+=จ: ยังไม่มีคนเปิดแล้วจะไปไงวะ
(23:21) นะ : มึนฮะ: อ้าว งง
(23:21) นะ : มึนฮะ: ไอ้เหี้ย ก็มึงบอกว่า ไอ้หนุ่มชวน
(23:21) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไอ้ห่า
(23:22) =+_+=KikKu=+_+=จ: ก้อบอกว่าเด็กหนองคายชวนกูโดดงาน
(23:22) =+_+=KikKu=+_+=จ: เมิงอะคุยด้วยไม่ค่อยรู้เรื่อง
(23:22) =+_+=KikKu=+_+=จ: คุยกะสาวในเน็ตดีกว่า
(23:23) นะ : มึนฮะ: ห่า
(23:23) นะ : มึนฮะ: อ้าว
(23:23) นะ : มึนฮะ: สรุปพรุ่งนี้มึงเอาไง
(23:24) =+_+=KikKu=+_+=จ: เอาอะไร
(23:24) นะ : มึนฮะ: จะมาบ้านกูมั๊ย
(23:24) =+_+=KikKu=+_+=จ: มารับดิ
(23:24) =+_+=KikKu=+_+=จ: ใครไปวะ
(23:25) นะ : มึนฮะ: ไม่รับห่า
(23:25) =+_+=KikKu=+_+=จ: มีใครมั่งวะ
(23:25) นะ : มึนฮะ: คือ กูไม่รู้จะชวนใคร แล้วอยากเจอมึงซะหน่อย
(23:26) =+_+=KikKu=+_+=จ: กูไปคนเดียว
(23:26) นะ : มึนฮะ: จะชวนใครอีก นึกดิวะ
(23:27) =+_+=KikKu=+_+=จ: ใครอะ
(23:27) =+_+=KikKu=+_+=จ: เอาหนองคายปะ
(23:27) =+_+=KikKu=+_+=จ: เพื่อนกู
(23:28) =+_+=KikKu=+_+=จ: สรุปเอาไงวะ
(23:28) =+_+=KikKu=+_+=จ: เพื่อนกูจะเอาเน็ตคืน
(23:28) นะ : มึนฮะ: เอาห่าไร
(23:28) นะ : มึนฮะ: มึงจะเอาไงหละ
(23:28) =+_+=KikKu=+_+=จ: แดกเหล้า
(23:28) นะ : มึนฮะ: เบียร์ดิ
(23:28) =+_+=KikKu=+_+=จ: ยังไงก้อด้าย
(23:28) =+_+=KikKu=+_+=จ: มีคนไปก้อไป
(23:28) =+_+=KikKu=+_+=จ: เออ
(23:28) นะ : มึนฮะ: โทรไปหาอีกที พรุ่งนี้
(23:28) =+_+=KikKu=+_+=จ: ยังไงก้อด้าย
(23:28) =+_+=KikKu=+_+=จ: เออ
(23:29) นะ : มึนฮะ: แล้วไอ้วันนี้ เดี๋ยวกุเอาไปทำเป็น เอ๊ะๆ แมกกาซีนนะ
(23:29) นะ : มึนฮะ: ที่คุยกัน
(23:29) =+_+=KikKu=+_+=จ: ไอ้เต๊าะ
(23:29) นะ : มึนฮะ: เออ หวะ ลืม
(23:29) นะ : มึนฮะ: โอเค พรุ่งนี้ค่อยเคลียร์
(23:29) =+_+=KikKu=+_+=จ: เออ
(23:29) =+_+=KikKu=+_+=จ: เดี๋ยวโดนปิดอีก
(23:29) นะ : มึนฮะ: ผ่านเลย
(23:29) นะ : มึนฮะ: อัพสเปซเนี่ยแหละ
(23:31) =+_+=KikKu=+_+=จะหยุดอยู่ตรงนี้ ออฟไลน์แล้ว
(23:31) นะ : มึนฮะ: คับพี่

จริงๆแล้วจะทำอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวกว่านี้ตอนครบ 5000 วิว แต่ตอนครบ 5000 ไม่ได้ปริ้นสกรีน ส่วนไอ้ 7000 นี่จริงๆแล้วก็ครบไปหลายเดือนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำอะไร จนช่วงนี้มีกระแสเรียกร้องให้อัพสเปซจากแฟนานุแฟนจำนวนมาก(2 ท่าน คือ พี่นุ่นและพี่กิฟ) เราเลยเอามาลงเล่นๆไปซะก่อน
 
สุดท้าย สำหรับคนที่ไม่รู้ บุคคลในรูปคือ คุณ ฉลอง ภักดีวิจิตร นั่นเอง 
1月1日

บางที บางอย่าง มันก็ง่ายเกินไป

ออกตัวไว้ก่อนเลยว่า ไม่ได้สนิท
 
แต่คิดว่า
 
บางที
 
บางอย่าง
 
มันก็ง่ายเกินไป
 
ถึงจะเป็นปลายทางสุดท้ายของทุกคน
 
แต่มันก็เร็วเกินไป
 
รึเปล่า
 
จุดคุ้มในชีวิต คือตรงไหน
 
ใครจะตอบได้
 
แต่จะบอกว่าเรื่องแบบนี้มันไม่รื่นรมย์เลยซักนิดเดียว
 
ขอให้ความสุขสงบจงเกิดกับทุกขั้วหัวใจ และ ทุกท่านที่น้ำหนักหายไป 21 กรัม
 
โชคดี
12月1日

มหาวิบัติวิปโยคดวงตาถล่มทลายล้างโลกสะอาดสวยด้วยมือเรา

       รู้สึกว่าช่วงนี้ในชีวิตจะมีแต่เรื่องประหลาดมากไป จัดเรียงได้เป็นมหากาพย์ ลองดู อนึ่งเรื่องทั้งหมดไม่ได้เรียงตามวันเวลา และไม่ได้เรียงตามอะไรสักอย่าง

       "จันทร์พิศวง"
       เรื่องมีอยู่ว่าวันเสาร์ที่ผ่านมาสองเสาร์ไปขายเสื้อค่ายที่งานเลี้ยง แล้วก็กลับมาที่คณะซึ่งมีคนกำลังเตรียมงานนิทรรศอย่างขะมักเขม้น ก็เลยเก็บของแล้วมาช่วยทำงาน แล้ว อ.ติ๊งก็เดินมาหา พร้อมกับกวักมือเรียก แล้วก็เอ่ยออกมาว่า
       "นะ วันจันทร์อย่าให้ผมเห็นนะ ช่วงนี้จะกินก็กินไป แต่วันจันทร์ไม่ให้กินแล้วนะ"
       เห็นอ.ท่านอารมณ์ดีเลยลองใส่ดูหน่อย "แล้ววันอังคาร หละครับ"
       "เห้ย ตั้งแต่วันจันทร์นั่นแหละ ห้าม"
       หลังจากนั้นก็คุยกันเรื่องอื่น ไปเรื่อยเปื่อย จนสุดท้าย อ.ก็กลับมาสำทับเรื่องเดิม
       "อย่าลืมนะ วันจันทร์อย่าให้เห็นนะนะ"
       แล้วมันก็โผล่มาพร้อมกับส่งเสียงว่า " ทุ ก วั น จั น ท ร์ เ ล ย เ ห ร อ ค รั บ "
       "ควย ไอ้เหี้ยเอ๊ย" อันนี้ผมคิดอยู่ในใจ
       ส่วนอ.ท่านตอบกลับไปว่า "นี่คุณเอ็นท์ติดหรือยิงข้อสอบเข้ามาเนี่ย"
       ครืนนนนน
       ครืนนนน
       ครืนน
 
       ลืมบอกไปว่ามันที่พูด ชื่อ โ ก ศ ล

       "ภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว"
       (แหม ชื่อเรื่องธรรมดาจัง)
       เริ่มจากผมได้ทราบข่าวทางจดหมายอิเล็กโทรนิคส์ว่าในวันจันทร์ที่ผ่านมาผมต้องไปทำกิจกรรมและสัมภาษณ์กับบริษัท TMAP-EM ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อย่อยาวมากระดับนึง โดยเห็นข้อความดังกล่าวช่วงงานนิทรรศซึ่งชีวิตกำลังลูกผีลูกคน ก็เลยไม่ค่อยสนใจจำได้แค่ว่า ที่ม.ศรีปทุม แปดโมง ซึ่งใกล้บ้านของผมมาก ก็เลยไม่สนใจมาก
       จนคืนวันอาทิตย์หลังเก็บของในงานนิทรรศเสร็จกลับถึงบ้านประมาณ ห้าทุ่มกว่าๆ เปิดเมล์ดูจะได้เตรียมเอกสาร พบว่า แม่งเป็น ศรีปทุมแอทพญาไท ก็คือแม่งจัดสอบสัมภาษณ์ที่ อาคารแถวๆรถไฟฟ้าสนามเป้า
        อีกล้วยทอดดดดดดดดดดดดดดดด
        แต่ไม่เป็นไรรุ่นใหญ่ต้องใจเย็น เนื่องจากได้สั่งเสียคุณแม่ไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า ให้ปลุกตอนเช้าด้วย ก็คงจะประมาณซัก หกโมง ไม่ต้องปลุกแม่ซึ่งหลับปุ๋ยไปแล้วมา เพื่อบอกว่าเปลี่ยนที่สอบเป็นสนามเป้านะ ก็ได้มั้ง
        เช้าวันจันทร์ ผมเห็นตัวเลขนาฬิกาครั้งแรก คือ
        6 : 48
        ทีนี้น้ำหูน้ำหีไหลกันไปหมด อาบน้ำแต่งตัว เตรียมเอกสารให้ครบ จนมีความคิดว่าขี้เกียจไปแล้ว แต่คุณแม่ก็ผลักดันให้ไปโดยละม่อม หลังจากนั้นแม่ก็ขับรถออกจากบ้านถึงปากซอย ดูทรงแล้ว เหลี่ยมไหนรถแม่กูก็พาไปไม่ทัน จึงเปลี่ยนพาหนะเป็นมอเตอร์ไซค์ จากปากซอยไปสนามเป้าแทน ระหว่างรอมอเตอร์ไซค์ก็ซื้อหมูปิ้งมาแดกแก้กลุ้ม จนมอไซค์มา พบว่าต้องใช้จ่ายเงิน 150 บาท แลกกับประตูทะลุมิติไปสู่สนามเป้า
        ก็ต้องยอมพี่ครับ เวลาผ่านแยกทีก็หยิบหมูปิ้งมาแดกที จนถึงรถไฟฟ้าสนามเป้าตอน
        8 : 00
        ซึ่งความสำคัญของเวลา แปดโมงนอกจากจะมีการเคารพธงชาติแล้วยังเป็นเวลาที่ทางบริษัทนัดไว้ด้วย
        ก็คงจะเลตนิดหน่อย แต่ปัญหายังไม่จบเพราะยังไม่ได้ซีร็อกซ์เอกสาร ก็เดินไปหาร้านซีร็อกซ์สุดไกล แถมยังไม่ใหญ่เท่าใต้ตึกกิจด้วย(ครืนนน) หลังจากนั้นเป็นรายการเดินเร็วจาก ร้านซีร็อกซ์ไปสู่อาคาร และขึ้นลิฟท์ไปสู่ชันที่เค้าจัดเตรียมไว้ให้
 
        ก่อน 8 : 30 นิดหน่อย
        ตาลีตาเหลือก ไปเซ็นชื่อที่ห้องตรงกลาง ถามทางเค้าไปห้องน้ำ มุ่งหน้าสู่ห้องประชุมและพบกับ
        หนุ่มสาวในชุดนิสิต นั่งดู เอ็กซ์แมน อยู่
       
         แล้วกูจะนั่งมอเตอร์ไซค์มาดูเอ็กซ์แมนทำไมครับ
 
         หลังจากนั้นก็มีคนมาสายกว่าผมซัก คนสองคน แล้วก็มีบรรยายและเริ่มกิจกรรมในรอบเช้าในที่สุด
         ผมไม่ขอพูดถึงกิจกรรมตอนเช้าเพราะมันไม่มีอะไร และขี้เกียจพิมพ์
         จนพักเที่ยง ประมาณเที่ยงสี่ห้า เค้าบอกให้กลับมาตอนบ่าย ถึงบ่ายสิบห้า
         
         13 : 15 (โดยประมาณ)
         ก็ไปกินข้าวจนกลับมาถึงชั้นที่ทำกิจกรรม และปวดขี้ แล้วก็เป็นโครงการ ห้องน้ำ ศรีปทุมแอทพญาไท ปะทะตูดกูรวมพลังกับคาฟกาออนเดอะชอร์ กว่าจะปะทะกันเสร็จก็
         13 : 25 (โดยประมาณเช่นกัน)
         เปิดประตูเข้าห้อง เห็นภาพคนทั้งหมดนั่งกันเต็มห้องโดยพร้อมเพรียงมีกระดาษหัวของโตโยต้าคนละแผ่น ก็เลยไปขอพี่เค้า แต่เสือกได้อีกใบมา แล้วพี่เค้าก็มาสอนกรอก และให้ส่ง ใครส่งก่อนได้สัมภาษณ์ก่อน
 
         เวลาผ่านไป ไม่รู้เวลาแล้ว
         ระหว่างรอสัมภาษณ์ก็กรอกใบของโตโยต้าโชว์โง่ให้คนอื่นดูไปเรื่อยๆ จนพี่เค้าเรียกไปสัมภาษณ์ก็ต้องเปลี่ยนชั้น ขึ้นไปทีละ ห้าหกคน จนถึงชั้นของ อะเดคโค พี่เค้าก็พาคนแรกไปสัมภาษณ์ ซักพักพี่อีกคนถามว่า "ใครอยากสัมภาษณ์ก่อนยกมือขึ้น"
          แล้วก็มีคนยกมือทันที และบุรุษผู้นั้นก็ได้ไปสัมภาษณ์
          มันง่ายไปหน่อยมั๊ยครับพี่ ฮ่วย
          ตอนนี้ทุกคนก็อยากรีบกลับ(สัมภาษณ์เสร็จแล้วกลับได้เลย) ผมก็แทบจะยกมือค้างไว้ แต่ก็คงจะเหี้ยเกินไป
          
          เวลาผ่านไปอีกดอก ก็มีผู้หญิงอายุประมาณ ยี่สิบห้ายี่สิบหก น่ารักจนสะเทือนใจเรียกชื่อผมไปสัมภาษณ์ บอกว่าให้ไปรอในห้อง แล้วก็พอไปที่ห้อง สภาพห้องเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดซัก สองเมตรคูณสองเมตร มีกระดานไวท์บอร์ดอยู่ฝั่งนึง อีกสองด้านเป็นผนัง และด้านสุดท้ายเป็นประตูกระจก ผนังสองฝั่งทาสีเขียวสวยมาก รู้สึกว่ามันช่างเป็นเขียวที่นุ่มนวลพอดีสายตาเหลือหลาย ผนังเขียวด้านนึง ประดับด้วยกรอบรูปสีขาวบรรจุดอกไม้ สามอัน วางห่างกันในระยะพอเหมาะ เรียกว่าดีทุกอย่างแต่ทว่า
          ทำไมพี่ไม่ทาผนังให้มันเป็นสีเขียวทุกด้านเลยวะ ห่า
          แต่ก็เป็นเรื่องในบริษัทเค้า ระหว่างนั้นก็นั่งรอไปซักพัก ตัดสินใจหยิบนิยายมาอ่านต่อ แบบไม่มีความสุข ได้ยินเสียงคนเดินผ่านทีก็ชอบนึกว่า เป็นคนกำลังจะมาสัมภาษณ์แล้ว และในที่สุดพี่ท่านก็โผล่มาครับ
          พี่คนเดิม น่ารักจิ๊กกิด๊าว ทำให้การสัมภาษณ์ผ่อนคลายลงไปอีก เนื่องจากเดิมทีผมก็ไม่ค่อยอยากทำงานที่นี่อยู่แล้ว และที่นี่ก็จะไม่รับผมอยู่แล้ว จึงไม่ซีเรียสถือว่าเอาเป็นประสบการณ์ ระหว่างสัมภาษณ์ผมอาศัยคำตอบโดยสำเนียงขึ้นจมูกเล็กน้อย พูดช้าๆ ดูไม่มั่นใจ แอบใช้คำพูดแปลกๆนิดหน่อย และแล้วก็ผ่านช่วงแรกที่ถามเรื่องส่วนตัวทั่วไปเป็นภาษาไทย โดยพี่ท่านคงติ๊กระดับความมั่นใจในการตอบของผมลู่เข้าใกล้ค่าต่ำสุดเลยก็เป็นได้
           แล้วเซอร์ไพรส์ก็มาเยือน
           "ต่อไปนี้พี่จะถามเป็นภาษาอังกฤษนะคะ"
           ไม่รอช้าพีท่านเบิ้ลเครื่องใส่ก่อนเลย "what's your personalities?" ด้วยสำเนียงชัดถ้อยชัดคำ ตามองผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่กะพริบ
           ส่วนผู้ถูกสัมภาษณ์สวนไปว่า "ไอ เอ่อ เอ่อ พี่ครับผมขอเวลาแปปนึง"
           พี่ท่านก็ยังทำหน้านิ่งๆ จ้องมา ผมก็เลย "เอ่อ พี่ครับ พี่อย่าจ้องหน้าผมได้มั๊ยครับ ผมขอเวลาหน่อย"
           แล้วผมก็ยัง เอ่อ อ่า อยู่ซักพัก จึงตัดสินใจ
           "พี่ครับ คำว่า มั่นใจ ภาษาอังกฤษใช้ว่าอะไรครับ"
           "confident  ค่ะ"
           "โอเค ไอ แฮฟ โน คอนฟิเด้น                บัท ทิงค์ ไอม์  อินเทนลิเจ้น                  แอน ดิลิเจ้น...."
 
           จากนั้นก็เป็นคำถามง่ายๆ มียากบ้างก็ตอบมั่วด๊อยไป เช่นพี่เค้าถามว่า "what do you think about japanesse working style?" ห่าเห็ด ทำงานสไตล์ญี่ปุ่นยังไงก็ยังไม่รู้แน่ชัดเลย ให้ตอบเป็นภาษาอังกฤษจะเอาปัญญาที่ไหนไปตอบ ก็แถไป พูดง่ายๆว่า ยังทำได้ดีกว่าคำถามแรกอีก(ทั้งที่คำถามแรกแม่งธรรมดาเหี้ยๆ ไม่เข้าใจ)
            แล้วพี่เค้าก็ถามไปเรื่อยๆ เกี่ยวกับการทำงานในบริษัท เช่น ไปต่างจังหวัดได้มั๊ย ทำงานกะฝรั่งได้มั๊ย มีเพื่อนเป็นฝรั่งมั๊ย ส่งไปเทรนที่ต่างประเทศได้มั๊ย จนถึงคำถามทีเด็ด
            "do you able to start on 1 april?" ประมาณนี้มั้งจำไม่ได้แต่ แปลได้ว่าจะเริ่มงาน หนึ่งเมษาได้มั๊ย (หรือเค้าถามว่าพฤษภาหว่า)
            "No"
            "ทำไมหละคะ"
            ถึงตอนนี้ก็รู้ชะตากรรมตัวเองว่า แม่งเริ่มไม่ได้ แม่งไม่ได้ทำชัวร์ แต่ก็ยังติดขำอยู่ รู้สึกจะหัวเราะนิดนึงด้วย เลยสวนพี่เค้าไปว่า
            "ทำไมอยู่ดีๆ พี่ไม่ถามเป็นภาษาอังกฤษหละครับ"
            อึ้งนิดนึง "พอดีหมดช่วงถามเป็นภาษาอังกฤษแล้วค่ะ"
            เชื่อพี่ก็เหี้ยแล้วครับ ขอให้ทุกคนลองใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งมือ ทำเป็นตัว c อันนั้นคือความกว้างของคำถามในพาร์ตของโตโยต้า แล้วตอนนี้พี่เค้าเพิ่งจดไปถึงครึ่งเดียว พี่จะบอกว่า ถามอังกฤษครึ่งไทยครึ่ง ก็เหี้ยแล้ว ตอนแรกก็ไทยมาตั้งนาน ไม่ถามไทยมาเรื่อยๆเลยหละ พี่ไม่เอาผมแล้วหละซี่
            กลับมาสู่สถานการณ์
            "ทำไมถถึงเริ่มไม่ได้หล่ะคะ"
            "ต้องไปทำค่ายครับ"
            "ทำไมคะ"
            "ผมเป็นประธานชมรมครับ"
            "คิดให้ดี นี่เป็นเรื่องของอนาคตเลยนะ"
            "สำหรับผม มันเป็นเรื่องของจิตวิญญาณครับ"
            พี่เค้าทำหน้าเบื่อๆแล้วก็ "โอเคค่ะ"
            จากนั้นก็ไปสัมภาษณ์กันจนจบ พี่เค้าก็ตบท้ายว่ามีอะไรจะถามพี่มั๊ยคะ
            "พี่มีลูกรึยังครับ"
            "สามคนแล้วค่ะ ผู้ชายหมดเลย คนโตหน้าเหมือนพ่อมาก"
            ก็เหี้ยยยยยยยยยยย แล้ว ใครจะไปถามแบบนั้น ก็ไปถามเรื่องประวัติที่เค้าเอาไป แล้วเค้าเอาไปใช้กับบริษัทอื่นอีกมั๊ย ก็ถามอะไรที่ดูเป็นการเป็นงานไป จนสุดท้ายของจริง
            "ขอโทษนะครับพี่ ผมมีเรื่องจะถาม แต่มันไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องที่สัมภาษณ์ซักเท่าไหร่"
            "ค่ะ"
            "คือผมอยากบอกว่าผนังสีเขียวสวยมาก แต่ทำไมต้องทาแค่สองด้านด้วย ไม่ทาให้หมดสามด้านเลยครับ"
            นิ่งไปซักนิด คงเพราะคำถามมันจะไม่เกี่ยวกันเกินไปแล้วมั้ง "ก็ห้องนี้ไว้ฉายสไลด์ใช้โปรเจกเตอร์ เลยทาสีขาว"(ตรงกลางผนังมีไวท์บอร์ดอยู่)
            "อ้อ ครับ" (แต่ในใจก็คิดว่า ก็ยิงโปรเจคเตอร์ไปบนไวท์บอร์ดก็นะ แล้วถ้าขอบๆเป็นสีเขียวก็ไม่น่าเป็นไรหน่ะ)
            "ท่าทางน้องจะชอบสีเขียวนะคะ"
            "ผมชอบสีฟ้าครับ แต่เขียวนี้มันไม่ไหวแล้ว"
            จากนั้นก็ร่ำลากันไป
            ตอนนี้ก็ยืนยันว่า ทางผมกับ TMAP-EM คงจะไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกันอีกแล้ว แต่ทางผมกับ adecco (เป็นเหมือนบริษัทที่ช่วยคัดคนไปเข้าบริษัทต่างๆ อย่างคนสัมภาณ์ก็เป็นคนของ adecco) กำลังมีอะไรกันอย่างแนบแน่น
 
             เพราะผมได้ฝากให้พี่คนสัมภาษณ์ได้คิดว่า "รสนิยมเป็นเรื่องสำคัญ"
             เช่นกัน พี่เค้าก็สอนให้ผมรู้ว่า "ผมควรไปลงเรียนคอร์ส สปีคกิ้งโดยด่วน"
             

       "ชิวหวะ"
       แล้วเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องของไอ้แช่ม โดยตรงอีกครั้ง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วง หลังลอยกระทง ก่อนนิทรรศ ตามลักษณะแล้วน่าจะเกิดในวันศุกร์ ซึ่งก็เป็นไปตามที่พี่แอ๊ดคาราบาวว่าไว้ว่า ทุก(ทุกข์) ศุกร์(สุข) เราก็ต้องมากินเบียร์กัน วันนั้นก็มีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้อง และเพื่อนๆกินกันไปตามปกติ จนดึกๆแล้วน่าจะเหลือแต่ (รุ่น)88 กับ (รุ่น)89 ก็มีครึ่งนึง นั่งเล่นกีตาร์ร้องเพลง คุยกัน อีกครึ่งนึง เป็น 89 ล้วนๆ กำลังเล่นเกมที่ผมเคยเล่นแพ้มาแล้ว คือเกม "ล้มก็อดซิลล่า"
       เนื่องจากหลังๆสัตว์ประหลาดของเราเหมือนจะทำตัวฉลาดไม่ค่อยยอมกินเบียร์ตามที่คนอื่นเชียร์ซักเท่าไหร่ ผมเลยกะว่ารุมล้มมันดีกว่า จึงเกิดการจัดฟอเมชั่นมั่วซั่ว และแล้ว เล่นไปเล่นมาจากเกมล้มก็อดซิลล่า ก็กลายเป็นการกินกันไปกันมา ไม่ได้มีการล็อคเป้าหมาย เป้าหมายเดียว ระหว่างนั้นก็มีการเล่าเรื่อง ว่าไอ้แช่ม ไปเมาที่โน่นที่นี่ ตื่นมาอีกที ก็บอกว่า ชิวหวะ (ก็ชิวซิครับในเมื่อ เมื่อคืนมึงไม่รู้เรื่องห่าไร ตังค์ก็ไม่จ่าย) จนสุดท้าย กินกันไป กินกันมา ไอ้แช่มก็เมาได้ในที่สุด จากนั้นโกศลก็ไปแกล้งไอ้แช่มแหลกลาญ จนถึงขึ้นมีการฉีกตะเข๊บเสื้อด้านข้างๆขาด เดินไปเสื้อก็ปลิวไสวไปมาสวยงาม
       จากนั้นก็ดึกๆ สติสตางค์เริ่มไม่ดี ก็เกิดเหตุการณ์พิเศษ คือ อยู่ดีๆ ก็มีคนขับรถเข้ามาในคณะ แล้วก็เอาไอ้บอนด์ที่เมาเละเทะ ไม่รู้เรื่องมาวางไว้ที่ม้านั่งของโต๊ะหน้าซุ้มค่าย
        แหม มันเหี้ยได้ใจดีจริงๆ
        แล้วก็กลายเป็นภารกิจ พาบอนด์ไปนอนห้องซีเนียร์ บนตึกกิจชั้นสอง ซึ่งประตูข้างล่างปิดแล้ว ก็ต้องปีน ดึง ดัน ฉุดกระชาก ถู ถู กระชาก ถู ถู ไถ บอนด์ขึ้นไปนอนจนสำเร็จ
        หลังจากนั้น ก็เตรียมแยกย้าย และหาจุดลงของไอ้แช่ม ไอ้บาสก็ไม่ยอมให้ไปนอนหอ หลังจากคราวที่แล้วเล่นไปฉี่ใส่หอไอ้บาส จะแบกไปนอนบนห้องซีเนียร์ก็ไม่ไหว จะไว้ห้องรักบี้ก็ต้องล็อคเดี๋ยวมันออกมาไม่ได้ ทำอะไรก็ขัดใจไปหมดเลย ตัดสินใจว่า เอามันกลับบ้านนั่นแหละ
        ด้วยจิตอาสา และบ้านไปทางเดียวกัน ผมจึงนั่งแท็กซี่ไปกับมัน(จริงๆแล้วเป็นเพราะเหตุผลหลังกว่า เก้าสิบเปอร์เซ็นต์) ก็ปลุกมัน ซึงหลับไปตอนไหนไม่ทราบ ให้เดินออกไปหน้าจุฬา มันก็ยังเดินออกไปได้ จนขึ้นแท็กซี่ ปุ๊ป
        หลับ หลับ หลับ
        ไม่รู้ว่าจะจัดว่าเป็นความสำเร็จของวันนี้ ที่หวนกลับมาทำร้ายชีวิตผมอย่างไรก็ไม่ทราบ จากที่จะให้มันแยกกันตรงแถวเกษตร แล้วให้มันนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง แต่ทว่าปลุกยังไงก็ไม่ตื่น และดูแล้วอันตราย(กับแทกซี่) มากเกินไป เลยตัดสินใจสวรรค์เบี่ยง ให้มันมานอนที่บ้านดีกว่า พอแท็กซี่จอดหน้าบ้านปุ๊ป ก็ปลุกๆมันให้ออกจากรถ มันก็ไปยืนเท้าถังหยะหน้าบ้าน ซึ่งจัดได้ว่าเป็นภาพประทับใจอีกภาพนึง จนผมควัก ล้วง จ่าย พี่แท็กซี่เสร็จ ก็ลงไปเปิดประตู เข้าบ้าน และพบกับ
        พ่อผมหลับอยู่บนโซฟา หน้าทีวี เวลาประมาณ ตีสองหรือไม่ก็ตีสามกว่า มีผมเดินนำ ไอ้แช่มเดินตาม
        "หวัดดีป๊า มีเพื่อนมานอนบ้านนะ"
        เนื่องจากพ่อผมก็เห็นแล้วว่ามีคนมานอนบ้าน แต่ก็ยังต้องบอกเผื่อพ่อนึกว่าพาคนงานแถวไหนมา เอ่อ จริงๆแล้วเป็นเพื่อนกันนะ
        จากนั้นก็พาเดินขึ้นบันไดไปชั้น 3 ด้วยคำพูดซ้ำๆประมาณว่า "ขึ้น แช่ม ขึ้น" "ก้าวซ้าย แช่ม" "ก้าวขวา แช่ม" จนขึ้นไปถึงก็เดินเข้าไปที่ห้องรวม ไปถึงปุ๊ป มันก็นั่งลงไปตรงกลางที่นอน(เป็นฟูกวางกะพื้นไม่มีเตียง) มันก็ลงไปนั่ง เอา มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงวางไว้หัวเตียง เอาเศษสตางค์วางไว้หัวเตียง แล้วก็ค่อยๆบรรจงถอดถุงเท้าวางไว้หัวเตียง !!!! (ทำไมชีวิตมันสับสนงี้วะ) แล้วมันก็ยังยืนยันว่าจะนั่งอยู่อย่างนั้น แม้จะพูดไม่รู้เรื่องแต่ก็ยังขอไว้ลาย กูก็ดันๆ มันลงไปนอน บอกให้นอน มันก็กลับมานั่ง ซักพัก จนขี้เกียจ ก็เลย
        ไปนั่งเล่นเนตไปพลาง กินน้ำไปพลาง เพื่อสร้างเสริมสุขภาพในวันถัดไป จนเริ่มง่วง จึงตัดสินใจ บอกให้มันนอนครั้งสุดท้าย และมันก็ไม่ยอมนอน
       เอ้าส์ มึงไม่นอน กูนอนเองก็ได้ ว่าแล้วก็ปิดไฟ และนอนหลับไป
 
 
 
       ให้ที่ว่างนั้นเป็นเวลาที่หายไป ว่าแล้ว ก็ตื่นมาในตอนเช้า(สาย)
       หันไปทางขวา พบกับ ตีน อยู่ตรงหัวนอน
       ก็ดีใจด้วยที่มึงนอนลงได้ แต่ช่วยนอนให้มันถูกด้านได้มั๊ยวะ ว่าแล้วก็ปลุกมันขึ้นมานั่ง ไอ้แช่มก็นั่งทำหน้างงๆ เสื้อเก่าๆขาด แล้วก็เอ่ยวลีเด็ดออกมา "นี่บ้านมึงเหรอวะบ้านมึงก็รวยนี่หว่า ชิวหวะ"
        ชิวพ่อมึงซิครับ
        จากนั้นก็นอนกันไปกันมา กินข้าวอาบน้ำ และออกไปในที่สุด
 
 
 
ปล. แล้วคืนนั้นก็เป็นการกินเบียร์ที่แพงสุดโลก หลังจากได้รู้ว่าได้มีกีตาร์ของน้องลิตตี้ที่ยืมกันมาเล่นหายไป ก็ไปถามว่าลิตตี้ว่าตัวเท่าไหร่ "ก็ประมาณหมื่นต้นๆครับ" แล้วหลังจากนั้นก็มีการไปซื้อกีตาร์คืนในราคาประมาณที่น้องลิตตี้ได้เปล่งเสียงออกมา โดยตอนแรกพี่ออมออกไปก่อนคนเดียว จนอาทิตย์นี้ผมก็หารตังค์ให้พี่ออมไป ทำให้ผมจนมากครับ

 
 
   
11月16日

จุดที่เปลี่ยน

       กลับมาพบกันอีกครั้ง
       เมื่อวานผมมีปัญหาประเภทกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คือ ตื่นมาด้วยสภาพของวันเสาร์ แล้วก็มึนๆ แต่อาทิตย์นี้จะมึนเป็นพิเศษ เพราะมีงานที่ต้องสะสาง คือ โปรเจคต์ แต่แล้วก็พบว่าที่บ้านผมเกิด บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ขึ้น คือ ลูกน้องพ่อผม สามสี่คน มาทำให้ทุกรอยเปื้อนในบ้านหายไป(เวอร์เกิน) ทีนี้ไอ้การจะทำงานการก็เปลี่ยนเป็นการช่วยคลีนนิ่งไปซักพัก ก็หนีออกมา ขับรถไปเกษตรทำงานดีกว่า
       พอไปถึงเกษตร ก็ไปที่คณะพี่ผมตามความเคยชิน แล้วก็พบว่า บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ทำการล้างคณะเช่นกัน ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงต้องเป็นวันนี้ จากนั้นจึงย้ายที่สิงสถิตย์เปลี่ยนไปเป็น ตึกศูนย์เรียนรวม 1 ก็เป็นตึกที่ไม่มีการทำความสะอาดแต่อย่างใด แต่นั่งไปซักพัก งานการก็ไม่เกิด จนเที่ยงไปกินข้าว จนบ่ายสองบ่ายสามกว่าๆ สรุปว่าไม่ได้ทำอะไรเลย
        กลับบ้าน
        ทำตัวอีลุ่ยฉุยแฉะ และมีปัญหาสับสนภายในจิตใจสูงสุด มันขี้เกียจทำงาน แต่มันไม่ทำไม่ได้ มันรู้สึกว่างเปล่า หลังงานลอยกระทง และจ็อบแฟร์ มันสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก มันสับสน มันอัดอั้น อยากเป็นบ้า อยากเข้าป่า อยากให้ทุกอย่างหายไป มันอยากสัก(???) มันไม่ไหวโว้ยยยยยยยยยยยย
        ไม่เกิดอะไรที่เป็นประโยชน์ จนเย็น ตัดสินใจ มองหา
        จุดที่เปลี่ยน
        ต้องเปลี่ยนอารมณ์ตัวเองก่อน ตัดสินใจหาหนังหนึ่งเรื่องเพื่อสงบสติ และเรื่องที่เลือก คือ เจมส์ บอนด์ 007 กาสิโน รอแยล ด้วยเหตุผลหลายประการ
        - เวลาเครียดต้องไม่ดูไรเครียดๆ ดูไรง่ายๆดีกว่า
        - อยู่ในกระแสภาคใหม่
        - วันนั้นคุยกะเต๊าะ แล้วโดนเต๊าะเหยียดหยามว่า กูไม่ดูหนังแอคชั่น
        - แม่ซื้อแผ่นไว้ที่บ้านนานแล้ว
        - จำได้ว่าตอนเข้าโรงมีคนพรรณนาถึงฉาก ทรมานไข่ ว่าเสียวจัด
        - ไอ้บอน ยังรอผลสอบอยู่ (?? ไม่เกี่ยวแต่คิดได้ตอนพิมพ์)
 
       ว่าแล้วก็อย่ารอช้า จัดใส่เครื่องเล่นดีวีดี เริ่มเล่นปั๊ป ตอนแรกมีหลอนอีก แม่งทำช่วงแรกๆเป็นขาวดำ กูก็นึกว่าสายไม่แน่นรึเปล่า เลยกดข้ามไปเช็คดู ปรากฏว่า มันตั้งใจทำเฉยๆ พอเห็นสีสันก็กรอกลับมา ดูใหม่
       พอดูไปซักพัก รู้สึกว่า ...
       หงุดหงิดโว้ยยยยยยยยย ไอ้ตอนแรกทำไมมันต้องล่ากันนานซะขนาดนั้นวะ จะปีนหนีกันไปกันมาหาพระแสงอะไร แล้วเวลาหนีมึงช่วยหนีลงล่างได้มั๊ย จะหนีขึ้นไปข้างบนให้มันเสียวหมอยทำไม และมันควรจะสั้นซัก ครึ่งนึง หรือ หนึ่งในสามของที่มึงผลิตมามันจะดีมาก ถ้ามึงจะสื่ออะไรแค่นิดเดียวจะโชว์อะไรกันขนาดนั้น แต่ก็ดูไปเรื่อยๆ และ
 
 
 
       หลับ
       ตื่นมาอีกทีกลางดึก ตัดสินใจเปิดเนตแปปนึง ดูบอลนิดนึง
 
       นอนต่อ
 
       (อ้าว งานหละ)
 
       ตื่นมาอีกวัน ไปบ้านปู่ ด้วยความสับสนที่ยังเขม็งเกลียวอยู่
       และระหว่างที่อยู่บ้านปู่ จู่ๆมันก็หายไป(อะไรกันวะ)
       จนกลับมาบ้าน แล้วก็พบว่า ในยูบีซี มีกาสิโนรอแยล แบบเพิ่งเริ่มเลย ก็ไม่รู้ว่าทำไมอะไรที่อยากดู มักจะเปิดมาเจอกลางเรื่อง จังหวะนั้นก็ดูไตเติลฉากเดิม ช่วงแรกๆเดิมๆ แล้วก็ตัดสินใจไปทำงาน แล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรมาสิงสู่ให้ทำงานได้ง่ายดาย ก็ทำไปเรื่อยๆ แม้งานจะไม่เดิน แต่ก็ยังมีประโยชน์บ้าง
       ทำไปซักพัก กลับไปดูทีวี ก็ไปเปิดคุณพี่เจมส์บอนด์เนี่ยแหละ ทีนี้เจอฉากดีดเชือกใส่ไข่พอดี 
       เอาละเว้ย ก็จะได้รู้ว่ามันยังไง
       พอดูๆไป ก็พบว่า
 
       "ไม่
       เห็น
       เสียว
       ไข่
       เลย"
 

เอาชื่อมาจากชื่อ เพลงของ TPSM นะ
เออ และอีสาวบอนด์ ที่ใส่ชุดเขียวๆน่ารักดีนะ   
11月1日

เรื่องของมัน

       วันนี้ผมกินข้าวกับ สะเดา กุ้ง น้ำปลาหวาน แต่ผมไม่ได้กินสะเดาเพราะรสชาดมันเกินจุดที่ต่อมบนลิ้นผมจะรับได้ แต่เขียนสะเดาไปด้วย เพื่อให้นึกภาพรวมได้ง่ายขึ้น
       และปัญหาทั้งหมดก็ไม่เกี่ยวกับสะเดา ซึ่งขอยืนยันว่า เขียนว่า สะเดา ไม่ใช่ สเดา แต่อย่างใด
       เรื่องทั้งหมดจึงไปตกอยู่ที่กุ้ง
       เคยรู้สึกกันบ้างมั๊ยว่า ทำไมต้องเรียกกันว่ามันกุ้ง ผมมารู้สึกตอนแกะกุ้งตัวที่สองของมื้อเย็นวันนี้ เนื่องจากหลังจากเด็ดหัวตัวแรกแล้วกลวงเปล่าไม่มีอะไร หรือมีแต่ไม่ได้รู้สึกตัว แต่ตอนแกะตัวที่สองเลยรู้สึกตัวว่า ตรงหัวมันควรจะมี มัน อยู่นี่ ระหว่างนั้นก็ใช่ครับ ในหัวกุ้งตัวที่สองมีมันเหลืองๆแดงๆอยู่ก้อนย่อมๆ ว่าแล้วก็กระแทกหัวกุ้งลงบนขอบจานข้าว มันก้อนเดิมก็เลยไปวางตัวอยู่บนข้าวแบบสบายๆ
       แล้ว มัน คือ ส่วนไหนของกุ้ง แวบแรกที่คิด มีคำว่า ขี้ ลอยเข้ามาก่อนเลย หลังจากเคยได้ยินใครซักคนบอกเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ใส่ใจว่าใครบอก และไม่รู้ว่ามันจริงไม่จริง แล้วก็มีความคิดย้อนมาว่า ขี้ ก็ไม่น่ามาอยู่ตรงหัว แม้กุ้งจะไม่มีรูตูดเหมือนเรา ตรงหัวมันน่าจะเป็น
       สมอง
       ใช่แล้วไง เค้าถึงเรียกว่า มันสมอง
       อืม คิดแล้วก็แอบภูมิใจในพัฒนาการทางสมองของตัวเอง ก็รู้จักทั้งมันกุ้ง และคำว่ามันสมองมานานแล้ว แต่ไม่เคยเชื่อมโยงกันเข้ามาได้ จนวันนี้เนี่ยแหละ ว่าแล้วก็แกะกุ้งฉีกใส่จานต่อ
       ฟังดูเหมือนจะแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ช้าก่อนฤาษีสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหนือกำหนด ทันใดนั้นก็มีความคิดแทรกเข้ามาว่า
       จริงๆแล้ว เค้าเรียก มันกุ้ง ว่า มันกุ้ง เพราะมาจากคำว่า มัน มาจากคำว่า มันสมอง
       หรือ คำว่า มันสมอง มาจาก มันกุ้ง
       ทุกอย่างเริ่มหาจุดเริ่มต้นไม่ได้ ผมจึงตัดสินใจ มาเขียนสเปซนี้ เพื่อหาความจริง โดยขั้นต่อไป ผมจะค้นหาข้อมูล จากเวปยอดนิยม ซึ่งก็คือ วิกิพีเดีย ให้รู้กันไปว่าอะไรเป็นอะไร ว่าแล้วก็ไปดูผลพร้อมกันเลยครับ (จริงๆแล้ว ไม่พร้อมหรอกเพราะกูได้ดูก่อนหวะ 555)
 
free unlimited image hosting service
 
       ผลคือ อย่างที่เห็นครับ
       ลองเปลี่ยนแกนไปที่ กูเกิ้ลดูดีกว่า
       ผลของการค้นหา อยู่ที่ ลิงค์ทีเด็ดเพียงลิงค์เดียวครับ
       555

บางอย่างก็ไม่ต้องการคำตอบ 555
 
7月21日

โลก/เสมือน/เพศที่3 : เรื่องจริง บรรยากาศจำลอง

       ไม่ได้อัพนานมาก เขิน

หมอฟัน
       วันนั้นผมเสียวฟัน และปวดมาก จึงนัดหมอฟัน และไปหาในอีกวัน
       และในอีกวัน ผมไปที่โรงพยาบาลพญาไท1 ไปถึงบอกชื่อ นั่งรอ แล้วก็โดนเรียกไปเจอหมอสูงวัย กับพยาบาลที่สูงวัยใกล้กัน ก็บอกหมอว่าผมเสียวซี่นี่ มันปวดตอนกินอะไรเหนียวๆ ร้อนๆ เย็นๆ(แล้วกินห่าไรได้มั่งวะเนี่ย) ว่าแล้วหมอก็ดูช่องปากผม ประกอบกับประวัติคนไข้เก่า หมอก็เริ่มบ่นๆ นี่ใครเขียนไว้นี้อ่านไม่ออก ทำมั่ว เดี๋ยวเช็คใหม่ แล้วหมอก็ให้หมอที่เข้าใจว่าเป็นหมอฝึกหัดเข้าใหม่ คอยจดซ้ายล่าง อีหนึ่ง เอ็ม ซี สแควร์ ขวาล่าง อะไรประมาณนั้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายพบว่าทุกซี่หมอจะบอกว่าเอ็ม(มั้ง) ยกเว้นซี่เจ้าปัญหาที่เป็นเอ็มบวก(มั้ง) ซึ่งหมอก็บ่นไปเรื่อยๆ แล้วก็ให้ผม บ้วนน้ำ ลุกขึ้น มาถึงตรงนี้ก็คิดว่า นี่เค้าจะให้จ่ายยาแล้วกลับบ้านหรือไงวะ แล้วพยาบาลก็เดินมาบอกว่า เดี๋ยวไปเอ็กซเรย์ฟัน
       อ้าว เหี้ย แล้วจะไม่บอกผมซะหน่อยเหรอคับ ว่าฟันผมมันเป็นอะไร
       แต่ก็ต้องว่าง่ายเดินไปเอ็กซ์เรย์ เสร็จก็นั่งอ่านหนังสือรอ แล้วก็โดนเรียกไปอีกที่อีกห้องนึง ผมกับคุณหมอคนใหม่ เป็นผู้ชายหนุ่มๆหน่อย ใส่แว่น ก็นั่งไปหมอก็กดๆดึงๆ ถามว่าเจ็บมั๊ย อาการเป็นไง ซึ่งหมอก็ยังไม่ได้บอกอยู่ดีว่ากูเป็นอะไรอยู่
       แล้วก็ถึงจุดที่ต้องการ หมอก็บอกว่า ต้องถอน ต้องถอน ต้องถอน ผมก็เลยกลับไปที่คณะแล้วขอใบถอน ก็เหี้ยแล้ว นอกเรื่องเกินไป สรุปว่าฟันผุลึกๆ แล้วก็ชี้ในฟิล์มให้ดู หมอบอกว่า ต้องขูดฟันมาดูว่าผุลึกแค่ไหน ถึงประสาทมั๊ย หมอก็ทำๆไป แล้วก็บอกว่า ถ้ามาช้ากว่านี้แย่แน่ อิอิ(อันนี้เติมเอง)
       ระหว่างทำๆไป หมอก็เริ่มคุยกับพยาบาล
หมอ : คุณชื่ออะไรนะ
พยาบาล : อัมพร ค่ะ
หมอ : เอาชื่อเล่นด้วยจะได้เรียกง่ายๆ
พยาบาล : ใหม่ ค่ะ
       ก็เงียบๆกันไปซักพักนึง ซึ่งพอวิเคราะห์ได้ว่า พยาบาลเพิ่มจะมาประจำการกับหมอคนนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งก็ไม่มีผลอะไรกับช่องปากกู
       เวลาผ่านไป
หมอ : คุณชื่ออะไรนะ บังอรรึเปล่า
ผม : (เค้าชื่อ อัมพรโว้ย ยังไม่ถึงห้านาทีเลย จำไม่ได้แล้วเหรอ แต่ก็ดีเหมือนกันที่มีสมาธิกับปากกูมากกว่า ชื่อพยาบาล)
พยาบาล : อัมพร ค่ะ
หมอ : อัมพร นี่ชื่อเป็นได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายเลยนะ เพื่อนพ่อผมก็ชื่ออัมพร
ผม : (แน่ะ อวดเพื่อนพ่ออีก คือผมก็ไม่ได้อยากรู้ชื่อเพื่อนพ่อหมอเท่าไหร่ และผมคิดว่าคุณพยาบาลก็คงไม่ได้อยากรู้เช่นกัน)
หมอ : ชื่ออัมพร นี่แปลว่าอะไร
พยาบาล : ไม่รู้ค่ะ
ผม : (แน่ะ ไม่รู้ชื่อตัวเอง อีกนะ ตัวปลอมปะเนี่ย)
หมอ : ปทุม อุบล นี่แปลว่าดอกบัว แล้วอัมพรหละ
ผม : (ก็ไม่เห็นว่า ปทุม อุบล อัมพร มันจะเกี่ยวกันยังไงเลย)
หมอ : แต่ชื่ออัมพรดีนะ ใช้ได้ทั้งผู้ชาย ทั้งผู้หญิง ถ้าแปลงเพศก็ใช้ชื่อเดิมได้
ผม : (!!! เอาแล้วไง นี่มันคือบทสนทนาประเภทไหนวะ)
พยาบาล : ค่ะ
หมอ : ถ้าชื่อสมศักดิ์ นี่ต้องเปลี่ยน เป็นสมศรี แต่ถ้าชื่อสมพร นี่ใช้ได้เลย
       ...
       สรุปว่าหมอเป็นใช่มั๊ยคับ ถึงมาคุยกันอย่างนี้ ฮึ่ย ฮึ่ย ฮึ่ย
       แล้วการทำฟันก็ผ่านไปได้ด้วยดี
       อีกวันนึง แม่ถามว่าไปทำฟันกับหมออะไร ก็ตอบไปว่า ไม่รู้ ผู้ชาย ใส่แว่น หนุ่มๆหน่อย แล้วแม่ก็ถามว่า เป็นกะเทยรึเปล่า พร้อมกับปิดด้วยประโยคที่ว่า
       "หมอฟันที่พญาไท1 เก่งๆมักจะเป็นเกย์"
 
       ก็อดเบลส เด็นทิสต์

แท็กซี่
       วันนี้อ่านหนังสือที่จามเก้า จนสี่ทุ่ม ตัดสินใจกลับบ้านโดยแท็กซี่แล้วมาเก็บตังค์พ่อ มีผู้ร่วมโดยสารคือ เต๊าะ และ โปรโดม
       พอขึ้นแท็กซี่ปั๊บ เต๊าะก็บอกว่า "สบายตูด"(เนื่องจากได้ไปลงที่อนุสาวรีย์ฟรี) แล้วพี่แท็กซี่ก็ถามว่า "ไปทำอะไรกันมาหละสบายตูด"
       เอาแล้วไง ท่าทางมีของ ก็แก้เกมไปว่า "แค่ได้นั่งรถฟรีมันก็สบายตูดแล้วพี่ ไม่ต้องทำอะไรหรอก" พี่แท็กซี่ก็สวนมาว่า "นึกว่าไปทำอะไรกันมา" โปรโดมซัดต่ออีก "หรือพี่จะร่วมด้วย สี่คนสวิงกิ้ง" ทีนี้เหมือนโยนน้ำมันเข้าในกองเพลิง โยนน้ำพริกเผาลงในมาม่าต้มยำกุ้ง โยนเครื่องบินไปถล่มตึกเวิลเทรด
       พี่แท็กซี่จึงเริ่มเดินเกมต่อ "อยู่ชินเขต เข้าซอยรึเปล่า" "เข้าคับ" "นึกว่าไม่เข้า ระวังโดนฉุด แถวๆนั้น เรื่อนจำคลองเปรม"
       พี่เค้าก็เงียบไปซักพัก
       แล้วพี่เค้าก็ทลายความเงียบด้วย "นี่เรียนที่นี่รึเปล่า" "ใช่คับ" "เรียนนี่ทำไมไม่อยู่หอหละ" "แม่ไม่ให้คับ" "งั้นมาอยู่บ้านพี่ก็ได้นะ บ้านพี่อยู่แถวๆจุฬานี่" อูยฟังแล้วเสียวขึ้นมาตงิด ทีนี้นิสิตเงียบกันหมดสามคน พี่เค้าก็ลั่นว่า "เงียบกันทุกเส้นเลย" (เส้นอะไรหนะคับพี่ อันนี้ไม่ได้ถาม แต่งง) ผมเลยพยายามทำให้คลายหน่อย "เปิดเพลงซิพี่" "ไว้เราอยู่กันสองคนค่อยเปิดก็ได้"
       ตึง ตึง ตึง
       แต่ในที่สุดที่เค้าก็เปิดให้
       "น้องฟังคลื่นอะไร"
       "104.5"
       แต่โปรโดมเล่นไม่เลิก "ซี๊ด คับ"
       "เห้ยซี๊ดมัน 97.5 นี่ไม่ใช่ งั้นพี่เปิด 102.5 ละกัน"
       กวนส้นตีนอีกนะคับพี่
       แล้วรถก็เงียบอีกครั้ง ก่อนโปรโดมลง พี่เค้าก็หยอดมุขใส่อีก "เดินเข้าบ้านดีๆนะ อย่าไปนอนใต้สะพานลอย"
       จนถึงอนุสาวรีย์ ไอ้เต๊าะลง พี่เค้าก็แซวอีกว่า"เดินระวังถนนลื่นนะ เดี๋ยวล้ม" แล้วเต๊าะก็ปล่อยทีเด็ดออกมา "ทำอะไรปลอดภัยไว้ก่อนนะพี่" ไอ้สัด กูไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมจะมาเซฟตี้เฟิสทำเหี้ยอะไร เดี๋ยวพี่เค้าเย็ดขี้เฟิสขึ้นมา จะซวย
       ระหว่างนั้นก็คิดไปตลอดทางถ้าพี่เค้าเลี้ยวมั่วขึ้นมา กูถีบหัวพี่ชัวร์ อีกความคิดนึงก็ดูว่าพี่เค้าขี้เล่นเฉยๆ แต่ก็ยังเสียว พี่เค้าจะเล่นขี้ผมด้วย
       จากนั้นผมก็เงียบๆ ฟังเพลง พี่เค้าก็บ่นๆ รถคันโน้นคันนี้ไปตลอดทาง ซึ่งผมก็คิดว่าไม่ใช่ปัญหาอะไร พี่เค้าก็ขับไปเรื่อยๆ จนถึงอย่างปลอดภัย ไร้การพูดเล่นด้วยประเด็นทางทางเพศอีก
       สรุปว่าพี่เค้าก็ขับดีครับ
 
       แต่ผมนั่งเสียวตูดไปตลอดทางเลย

พิมพ์ไปประมาณสี่สิบนาที เหนื่อย และมีแววจะเป็นไข้(ซึ่งก็ไม่เกี่ยวกับการพิมพ์แต่อย่างใด)